ปลิวแล้วฟื้น! เพจดัง ที' ลมฟ้าอากาศ หลังโพสต์จะเกิด 'มหาอุทกภัย' 'โคแฟค' ชี้สร้างความตื่นตระหนก ไม่ใช่เตือนภัยจากทางการ

กลายเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตต่างออกมาร่วมถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง หลังเพจเฟซบุ๊ก ที' ลมฟ้าอากาศ ที่มีผู้ติดตามมากถึง 8.8 แสนคน ซึ่งมักโพสต์วิเคราะห์สภาพอากาศและภัยพิบัติ ได้ปลิวหายไปจากระบบอย่างกะทันหัน หลังจากออกมาโพสต์เตือนภัยสภาพอากาศครั้งใหญ่ระบุถึงภาวะ "มหาอุทกภัย"
ก่อนที่เพจดังกล่าวจะหายไป โพสต์ล่าสุดได้ลงข้อความเตือนภัยระดับวิกฤต โดยระบุว่า "เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมง นับจากนี้ มหาอุทกภัย ในภาคตะวันออก กำลังจะเริ่มต้นขึ้น จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ทั้งภาค ในเวลาเดียวกัน จะเกิดความสูญเสียทางทรัพย์สินมหาศาล ในลุ่มน้ำ นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด รวมถึง เขาใหญ่ และน้ำท่วมที่ราบลุ่มภาคกลาง ลุ่มน้ำ ลำคลอง หนอง บึงต่างๆ น้ำตามทุ่ง รวมทั้ง กรุงเทพฯและปริมณฑล เสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขต เพราะฝนจะถล่มอย่างบ้าคลั่ง ทั้งวันทั้งคืน ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 24-27 กันยายน นี้ "ขอให้เตรียมตัวรับมือกับ สภาวะฝนตกหนักแช่ทั้งวันทั้งคืน วางแผนในการเดินทาง ติดตามข่าวสารการเตือนภัยของหน่วยงานในพื้นที่ เตรียม 'เรือ' ชาร์จแบตเตอรี่ สิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม ยาสามัญ บัตรประชาชน(ห้ามขาด) อาหารที่พร้อมทาน และไม่เสียง่าย ยกทรัพย์สิน สิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง รอไว้ได้เลย โดยสำหรับลุ่มน้ำปราจีน อาจมีสารพิษปนเปื้อนลอยมาด้วย ซึ่งหากสัมผัส อาจส่งผลต่อร่างกายโดยตรง"

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คน และถูกแชร์ต่อออกไปในวงกว้างอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง อย่างไรก็ตาม การปลิวหายไปของเพจในเวลาต่อมา ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความสงสัยให้กับชาวเน็ตอย่างมาก โดยหลายฝ่ายต่างคาดเดาสาเหตุไปต่าง ๆ นานา ว่าเกิดจากการถูกปิดกั้น หรือทางเพจตัดสินใจปิดตัวลงเอง หรือเป็นเพราะการนำเสนอข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนกเกินจริง ท่ามกลางภาวะที่หน่วยงานภาครัฐยังไม่มีการประกาศเตือนภัยในระดับรุนแรงเช่นนั้น
ขณะที่ทางด้าน เพจเฟซบุ๊ก Cofact โคแฟค เพจตรวจสอบข้อเท็จจริงและต่อต้านข่าวลือหรือข่าวลวงในสังคมไทย ที่มีผู้ติดตามถึง 18,000 คน โพสต์ตรวจสอบข้อมูล มหาอุทกภัย ภาคตะวันออก-กทม. เสี่ยงน้ำท่วม ของทาง เพจเฟซบุ๊ก ที' ลมฟ้าอากาศ ว่า เป็นเนื้อหาสร้างความตื่นตระหนก พร้อมข้อความทั้งหมดว่า "เนื้อหาที่ตรวจสอบ: เตือนภัย "เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมง เกิดมหาอุทกภัยในภาคตะวันออก" กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขตจาก "ฝนที่ถล่มอย่างบ้าคลั่ง" 24-27 ก.ย. 69
ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาสร้างความตื่นตระหนก และไม่ใช่ข้อความเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย**
เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 21-22 ก.ย. 2569 ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแชร์ข้อความเตือนภัยจากเพจเฟซบุ๊ก 'ที’ ลมฟ้าอากาศ' ว่าจะเกิดมหาอุทกภัยในภาคตะวันออกและน้ำท่วมใหญ่จากฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน ให้ประชาชนยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง เตรียมเสบียงและยารักษาโรค
ข้อความในโพสต์ระบุว่า "เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมงนับจากนี้ มหาอุทกภัยในภาคตะวันออกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ทั้งภาค ในเวลาเดียวกันจะเกิดความสูญเสียทางทรัพย์สินมหาศาลในลุ่มน้ำนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด รวมถึงเขาใหญ่…สำหรับลุ่มน้ำปราจีนอาจมีสารพิษปนเปื้อนลอยมาด้วย" และ "กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขตเพราะฝนถล่มอย่างบ้าคลั่งทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่คืนวันที่ 24-27 กันยายนนี้"
จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 เวลา 12.00 น. โคแฟคไม่พบเพจเฟซบุ๊ก 'ที’ ลมฟ้าอากาศ' แล้วจึงไม่สามารถเข้าถึงโพสต์ต้นทางได้ มีเพียงภาพหน้าจอของโพสต์และข้อความที่คัดลอกมาจากโพสต์ที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางเท่านั้น
โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 22 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันกับโคแฟคว่าข้อความดังกล่าวไม่ใช่ข้อความเตือนภัยจากทั้งสองกรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามข้อมูลด้านสภาพอากาศและเตือนภัยพิบัติโดยตรง
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กรมอุตุฯ ให้ข้อมูลว่าขณะนี้เป็นฤดูฝนจึงมีโอกาสเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปภ. ระบุว่าหากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ปภ. จะแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) ทั้งสองหน่วยงานย้ำว่าให้ประชาชนติดตามข้อมูลและการเตือนภัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เท่านั้น
สำหรับข้อมูลพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยที่เป็นทางการจากกรมอุตุฯ ปภ. และกรมชลประทาน ณ วันที่ 22 ก.ย. 2569 สรุปได้ดังนี้
**กรมอุตุฯ**
วันที่ 23-27 ก.ย. 69 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม (ประกาศกรมอุตุฯ 22 ก.ย. 69 เวลา 05.00 น.)
ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุฯ ที่เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง
**กรมชลประทาน**
แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการคาดการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. 69 ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำในอำเภอเสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอวิเศษชัยชาญ, ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
**ปภ.**
แจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำ และให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน
ติดตามข้อมูลจาก ปภ. ที่เพจเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ Line @1784DDPM สายด่วนนิรภัย 1784
**ข้อสังเกตโคแฟค**
ช่วงฤดูฝน กรมอุตุฯ ปภ. และกรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับฝนตกหนัก-น้ำท่วมเป็นระยะ แต่มักถูกนำไปบิดเบือนหรือปั่นกระแสให้รุนแรงเกินจริงหรือสร้างความตื่นตระหนกเพื่อเพิ่มยอดปฏิสัมพันธ์ (engagement)
คำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศและภัยพิบัติเป็นการคาดการณ์/พยากรณ์ ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าจะเกิดเหตุหรือไม่ แต่การติดตามสถานการณ์และการเตือนภัยจากหน่วยงานของรัฐย่อมปลอดภัยและเป็นการคาดการณ์ที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่าเพราะมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้รองรับ
การเผยแพร่เนื้อหาเท็จหรือข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกเกี่ยวกับภัยพิบัติมีผลกระทบมากกว่าที่หลายคนคิด เช่น ความเสียหายหรืออุบัติเหตุจากการขนย้ายทรัพย์สินหรืออพยพอย่างรีบเร่งด้วยความตื่นตระหนก รวมถึงสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ที่เคยประสบเหตุภัยพิบัติมาแล้ว เช่น ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อปี 2568 ระบุว่าเมื่อเห็นโพสต์จากเพจ 'ที’ ลมฟ้าอากาศ' แล้วรู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวลมากเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย
การเตือนภัยเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์หากคำเตือนนั้นตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริง เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และต้องไม่มีเจตนาแอบแฝงสร้างความตื่นตระหนกเพื่อสร้างรายได้จากเนื้อหา
#โคแฟค #FactCheck #เตือนภัยน้ำท่วม"



อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก ที' ลมฟ้าอากาศ ก็เคยเป็นประเด็นดรามามาแล้ว หลังต้องออกมาโพสต์ขออภัย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากกรณีแชร์ข้อมูลเท็จเรื่อง "ไก่จีนบุกไทยแล้ว"

แม้ทางเพจจะมีการจำกัดการแสดงความคิดเห็น แต่ก็ไม่ได้หยุดยั้งกระแสบนโลกโซเชียล
และจากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมพบว่า เพจเฟซบุ๊ก ที' ลมฟ้าอากาศ ได้กลับมาปรากฎให้เห็นอีกครั้งบนโลกโซเชียลพร้อมโพสต์ว่า "ผมทำเพื่อประโยชน์ ต่อสาธารณะ ไม่ได้มีเจตนา ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก"
"หยุดสแปมได้แล้ว"

ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางเพจจะโพสต์วิดีโอและข้อความยืนยันในสิ่งที่โพสต์ไปก่อนหน้านี้ว่า "ผมขอยืนยันว่า จะเกิดฝนตกหนักแช่ทั้งวันทั้งคืน จริง ช่วงวันที่ 24-27 กันยายน นี้ โดยเฉพาะภาคตะวันออก หลายพื้นที่ และภาคกลาง โดยเฉพาะ กรุงเทพฯและปริมณฑล เสี่ยงน้ำท่วมขังรอระบาย หลายเขต รวมถึงภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง บางพื้นที่ หลายเวลา แน่นอน อยู่ที่ท่านแล้วว่าเลือกที่จะเชื่อหรือไม่ "

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ที' ลมฟ้าอากาศ, เพจเฟซบุ๊ก Cofact โคแฟค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

