'ทนายบอน' โพสต์จี้ 'ชัชชาติ' ทวงคืน 'บึงรับน้ำคู้บอน' ชี้ชาวกรุงตะวันออกรับกรรม ต้องกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแทน

วันที่ 30 ก.ย. 2569 นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ "ทนายบอน" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อทวงถามความคืบหน้าโครงการ "บึงรับน้ำคู้บอน" อีกครั้ง หลังโครงการถูกเสนอมาตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไร้ความคืบหน้า ส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งในพื้นที่โซนตะวันออกต้องรับสภาพกลายเป็นพื้นที่รับน้ำและทนกับปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนี้

นายณัฐนันท์ ระบุว่า หากโครงการบึงรับน้ำคู้บอนดำเนินการสำเร็จ จะมีเนื้อที่กว้างถึงประมาณ 130 ไร่ และสามารถกักเก็บน้ำได้มหาศาลถึง 870,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วม แต่จะกลายเป็น "ปอด" ขนาดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่เขตมีนบุรี คลองสามวา และคันนายาว โดยจะมีทั้งพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และสนามเด็กเล่น ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวติดหล่มมาตั้งแต่ปี 2560 โดยในยุคของนายชัชชาติ กลุ่มภาคประชาชน นำโดยพี่หมีและพี่หญิง ได้เข้าไปทวงถามความคืบหน้าแล้วหลายรอบแต่ยังไม่เป็นผล ทนายบอนเปิดเผยว่า ตนเคยตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนหน้านี้ว่า หากโครงการนี้ไม่เกิดขึ้น ประชาชนในย่านคลองสามวาและคันนายาว โดยเฉพาะหมู่บ้านนันทิศา หมู่บ้านอาลักษณ์ และบ้านพูน จะมีความเสี่ยงต้องกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแทน ซึ่งในวันนี้สิ่งเหล่านั้นได้เกิดขึ้นจริงแล้ว
"ธรรมชาติของการระบายน้ำ กรุงเทพฯ ชั้นนอกมักถูกชะลอให้เป็นพื้นที่แช่น้ำเพื่อป้องกันกรุงเทพฯ ชั้นใน ทำให้น้ำระบายช้าและแช่นาน การมีพื้นที่รับน้ำขนาดใหญ่ย่อมทำให้ กทม. มีทางเลือกในการพร่องน้ำและบริหารจัดการได้มากกว่านี้ แม้ไม่มีใครการันตีได้ว่าน้ำจะไม่ท่วม แต่ที่แน่ๆ มันจะช่วยบรรเทาให้เบาบางลงได้มากกว่านี้ ขอเห็นใจคนที่ต้องอยู่ในพื้นที่รับน้ำและแช่น้ำครับ" นายณัฐนันท์ กล่าว
ในตอนท้าย ทนายบอนยังได้ขอให้ประชาชนร่วมกันแชร์ข้อความดังกล่าว เพื่อให้เสียงสะท้อนความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ส่งไปถึงผู้ว่าฯ ชัชชาติ เพื่อพิจารณาผลักดันโครงการนี้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

