"ดร.ณัฐ มาแจ้ง" อาจารย์วิศวฯ ทรัพยากรน้ำ เผยข่าวดี เจ้าพระยา-แม่กลอง แนวโน้มลดลง กทม.ระบายน้ำดีขึ้น

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 — สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มมีทิศทางที่คลี่คลายลง หลังผู้เชี่ยวชาญออกมาระบุว่ามวลน้ำเหนือในลุ่มน้ำสายหลักผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจ "Nat MJ" หรือ ผศ.ดร.ณัฐ มาแจ้ง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวดีแก่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง ถึงสถานการณ์ระดับน้ำที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ลุ่มน้ำเจ้าพระยาพ้นวิกฤต น้ำต้นทางเริ่มลดลง
สำหรับสถานการณ์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มวลน้ำหลักจากแม่น้ำปิงที่เกิดจากฝนตกหนักท้ายเขื่อนภูมิพล ซึ่งวัดได้ที่สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) มีปริมาณลดลงค่อนข้างเร็ว เช่นเดียวกับมวลน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลมาสมทบเหนือเขื่อนเจ้าพระยาก็เริ่มลดระดับลงในเช้าวันนี้แล้ว
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 (อ.เมือง จ.นครสวรรค์) ซึ่งคาดการณ์ว่าได้แตะจุดสูงสุดไปแล้วเมื่อช่วงเช้า โดยมีอัตราการไหลคงที่ระดับ 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ชั่วโมง (02.00 - 06.00 น.) แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำจะเริ่มลดลงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะส่งผลให้สถานการณ์น้ำขังในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาดีขึ้นตามลำดับ

กทม. รับอานิสงส์ ระบายน้ำลงทะเลได้ดีขึ้น
ในส่วนของผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร กราฟระดับน้ำที่สถานี C.12 (กรมชลประทาน สามเสน) แสดงให้เห็นถึงระดับน้ำต่ำสุดที่ลดลงอย่างมาก ปัจจัยนี้เอื้อประโยชน์โดยตรงต่อการระบายน้ำออกจากพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะในช่วงเวลาน้ำลง ทำให้มวลน้ำเหนือที่ถูกระบายเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ สามารถไหลผ่านกรุงเทพมหานครลงสู่ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลุ่มแม่กลองสัญญาณบวก ราชบุรี-สมุทรสงคราม น้ำไม่ขึ้นสูงแล้ว
ด้านลุ่มน้ำแม่กลองก็มีข่าวดีเช่นเดียวกัน โดยอัตราการไหลของแม่น้ำแควน้อยที่สถานี K.37 (อ.เมือง จ.กาญจนบุรี) ซึ่งรับมวลน้ำจากฝนตกหนักใต้เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ลดลงอย่างชัดเจนมาตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ปล่อยผ่านเขื่อนท่าม่วง (สถานี K.63 อ.ท่าม่วง) เริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันนี้ (1 ต.ค.) โดยปัจจุบันมีอัตราการไหลอยู่ที่ 2,228 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากปริมาณน้ำที่ปล่อยผ่านเขื่อนท่าม่วงสูงสุดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา จะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ จ.ราชบุรี ปรับตัวสูงขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 2-3 เซนติเมตรก่อนจะเริ่มลดระดับลง เช่นเดียวกับพื้นที่ปลายน้ำอย่าง จ.สมุทรสงคราม ที่ระดับน้ำจะไม่เพิ่มสูงไปกว่านี้แล้ว ถือเป็นการคลายความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

