กรมชลฯอัปเดตน้ำเจ้าพระยา-ป่าสักฯ แจงเหตุจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่ม ยันไม่กระทบ กทม.

กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุถึงความจำเป็นในการทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ยืนยันควบคุมปริมาณน้ำอย่างรัดกุมและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา: แจงเหตุ "น้ำเหนือลด" แต่ "ท้ายเขื่อนต้องระบายเพิ่ม"
สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันสถานี C.2 (อ.เมือง จ.นครสวรรค์) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,416 ลบ.ม./วินาที และมีแนวโน้มลดลง ขณะที่สถานี C.13 (เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.77 ม.รทก. และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฝนตกหนักเหนือเขื่อน

กรมชลประทานได้ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดน้ำตอนบนบางจุดเริ่มลดลง แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบายน้ำ โดยระบุว่า ฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนทำให้น้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำยม เพิ่มขึ้น ก่อนมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา มวลน้ำที่ตกสะสมก่อนหน้านี้ยังต้องใช้เวลาเดินทางมาถึงเขื่อน แม้น้ำตอนบนจะลดลง แต่น้ำที่ไหลมาถึงและสะสมอยู่เหนือเขื่อนยังมีปริมาณมาก กรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการด้วยการหน่วงน้ำ ควบคู่กับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งตะวันออก-ตะวันตกตามขีดความสามารถที่รองรับได้ และจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อรักษาสมดุล ลดความเสี่ยงต่อพื้นที่เหนือเขื่อน และลดความรวดเร็วของผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด
ลุ่มน้ำป่าสัก: อ่างเก็บน้ำเต็ม 110% เตือน อ.ท่าเรือ เฝ้าระวัง
ด้านลุ่มน้ำป่าสัก ปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำเก็บกักสูงถึง 962 ล้าน ลบ.ม. (110% ของความจุอ่าง) กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องทยอยระบายน้ำออกในอัตรา 229 ลบ.ม./วินาที เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของตัวเขื่อน ส่งผลให้มวลน้ำไหลต่อไปยังเขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันปรับการระบายอยู่ที่ 546 ลบ.ม./วินาที

การระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00 – 1.20 เมตร กรมชลประทานจึงประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เฝ้าระวังริมแม่น้ำป่าสัก ในเขตอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ได้แก่ ต.ท่าเรือ, ท่าหลวง, จำปา, ท่าเจ้าสนุก, ศาลาลอย, วังแดง, โพธิ์เอน และปากท่า) ให้เตรียมรับมือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ยืนยันมวลน้ำไม่กระทบ กทม. - เก็บเป็นน้ำต้นทุนสู้แล้งหน้า
ทั้งนี้ มวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักจะไหลไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา และผ่านบริเวณสถานี C.29B (อ.สามโคก จ.ปทุมธานี) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,444 ลบ.ม./วินาที ซึ่งกรมชลประทานยืนยันว่าจะบริหารจัดการและควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะ ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะพิจารณาการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและภาวะน้ำทะเลหนุน
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังระบุข่าวดีว่า ปัจจุบันแนวโน้มน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักฯ เริ่มลดลงแล้ว สถานการณ์จะค่อยๆ คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ และปริมาณน้ำที่เก็บกักไว้จนเต็มความจุนี้ จะกลายเป็นน้ำต้นทุนสำรองที่สำคัญ ซึ่งมีปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้งานในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

