หุ้นเด่น : 19 สิงหาคม 2569
19 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

‘2Q26 กำไรตามคาด’
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator ระบุ บมจ.โอสถสภา (OSP) 2Q26 กำไรตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติใหม่อีกครั้ง : การดำเนินงาน 2Q26 รายงานกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท +9% y-y จากอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุด แต่ลดลง 5% q-q จากยอดขายต่างประเทศที่ลดลง โดยยอดขายรวมอยู่ที่ 5,074 ล้านบาท +1% y-y แต่ -5% q-q
กลุ่มเครื่องดื่ม (83%) ในประเทศ (64%) : ยอดขาย +6% y-y จากการเพิ่มขึ้นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังและกลุ่ม Functional Drink แต่ลดลง 1% q-q จากการชะลอตัวช่วงมีนาคมที่ผ่านมา และเริ่มได้รับผลบวกจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส หนุนยอดขายกลุ่มดั้งเดิมให้ดีขึ้น
ต่างประเทศ (19%) : ยอดขายลดลง 13% y-y -16% q-q จากข้อจำกัดการนำเข้าวัตถุดิบในเมียนมาทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามอุปสงค์ได้ อีกทั้งการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน
กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (13%) : ยอดขาย +8% y-y +10% q-q จากการตอบรับที่ดีทั้งกลุ่มเบบี้มายด์ และอัลตร้ามายด์
อัตรากำไรขั้นต้น : เพิ่มเป็น 42.8% จาก 42.5% q-q คาดยังทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง แม้ว่ายอดขายต่างประเทศจะหดตัว แต่การบริหารจัดการวัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการปิดโรงงานที่ขาดทุนไปทำให้ต้นทุนลดลง ประกอบกับปัญหาวัตถุดิบตึงตัวทำให้บริษัทลดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นอีกปัจจัยช่วยต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น : แม้บริษัทจะลดกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ประกอบกับยอดขายที่ลดลงทำให้ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.5% จาก 21.9% q-q
คงประมาณการไว้ดังเดิม : สำหรับการดำเนินงานปี 2026 เราปรับประมาณการขึ้นจากเดิม แต่ไม่มีนัยต่อประมาณการเดิม โดยปรับยอดขายลงเหลือ 23,523 ล้านบาท -8% y-y สะท้อนการลดลงของยอดขายตามมาตรฐานบัญชีใหม่ที่ใช้ในเมียนมา แต่กลยุทธ์การดำเนินงานยังเน้นขยายยอดขายสินค้ากลุ่ม premiumization เพื่อเพิ่มอัตรากำไร และการบริหารจัดการวัตถุดิบยังทำได้ดีทำให้เราปรับอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 41% โดยปรับคาดการณ์กำไรสุทธิเป็น 3,613 ล้านบาท ลดลง 2% y-y แต่กำไรปกติเพิ่มขึ้น 3% y-y
ครึ่งปีหลังลงตามปกติ
“แม้คาดกำไรผ่านช่วงสูงสุดไปแล้ว โดยครึ่งปีหลังจะได้รับผลจากปัจจัยนอกฤดูกาลกระทบยอดขายให้ลดลง และยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนเร่งตัวขึ้น แต่เรายังชอบเหมือนเดิม และเป็นตัวเลือกที่ดีของกลุ่มจากการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน ทำให้ผลกระทบต่อต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น จะส่งผลกระทบน้อยกว่ากลุ่ม และคาดได้ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเข้ามาหนุน ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย P/E เป็น 15x แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม แต่เรายังชอบจากการบริหารต้นทุนที่ทำได้ดีทำให้ยังดีกว่ากลุ่ม”
ที่มา..บล.ลิเบอเรเตอร์

