พลังงาน-สินค้าเกษตร-AI หนุนดัชนี'EXI-IMI'ส.ค.ขยายตัว

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า (EXI-IMI) ของไทย เดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้นตามความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลางและข้อจำกัดในการขนส่งน้ำมัน ภาวะอุปทานตึงตัวของสินค้าเกษตรและวัตถุดิบจากข้อจำกัดด้านการผลิตและสภาพอากาศ รวมถึงอุปสงค์โลกที่ยังขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อิเล็กทรอนิกส์ และสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
โดยดัชนีราคาส่งออก เดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 114.7 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ขยายตัว 3.2% เป็นผลจากแรงหนุนของราคาสินค้าในหลายหมวดสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลด้านอุปทานของพลังงานโลก ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะอุปทานตึงตัวและอุปสงค์โลกที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า
ทั้งนี้หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้น 36.2% ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ ขยายตัวตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ,หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้น 7.2% จากการปรับสูงขึ้นของราคามันสำปะหลัง ข้าว ยางพารา และไก่ ,หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้น 2.0% อาทิ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ขณะที่ทองคำ ได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯที่ผ่อนคลายลง สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ราคาปรับสูงขึ้นตามอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังเพิ่มขึ้น จากการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และความต้องการรถยนต์ในตลาดส่งออกสำคัญ
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้น 0.7% จากการสูงขึ้นของอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ตามราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่สูงขึ้น อาหารสัตว์เลี้ยง ตามอุปสงค์โลกที่ขยายตัว และน้ำตาลทราย ตามความกังวลต่อภาวะอุปทานตึงตัว ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ
ส่วนดัชนีราคานำเข้า เดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 127.9 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ขยายตัว 10.4% ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าในกลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สินแร่โลหะ และเคมีภัณฑ์ รวมถึงราคาน้ำมันขยายตัวในระดับสูง ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า
โดยหมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้น 30.6% จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากความกังวลด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก ,หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้น 10.0% จากราคาทองคำ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารกลางหลายแห่งหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนด้าน AI และ Data Center
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้น 6.0% จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ ตามต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ,หมวดสินค้าทุน สูงขึ้น 4.2% จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล
หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้น 1.2% จากรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก รถยนต์นั่ง และยานพาหนะอื่นๆ ตามความต้องการสินค้ากลุ่มยานยนต์ที่ขยายตัวจากการเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้แนวโน้มดัชนีราคานำเข้า เดือนกันยายน 2569 คาดว่ายังคงขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 1.การเติบโตของอุตสาหกรรม AI และการลงทุนใน Data Center ซึ่งสนับสนุนความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ,2.ภาวะอุปทานตึงตัวของตลาดหน่วยความจำ ทำให้ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังอยู่ในระดับสูง, 3.ความต้องการวัตถุดิบอุตสาหกรรมและโลหะ เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนด้าน Data Center พลังงาน และอุปกรณ์ไฟฟ้า และ 4.ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น และเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ
สำหรับปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า ขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1.การชะลอตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และ AI ซึ่งอาจส่งผลให้การลงทุนใน Data Center ความต้องการเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI ชิป และหน่วยความจำลดลง และ 2.อุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และภาวะอุปทานส่วนเกินในบางอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงาน เคมีภัณฑ์ โลหะอุตสาหกรรม และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องปรับตัวลดลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


