ไทยผนึกอาเซียนรับมือวิกฤติพลังงาน พร้อมส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 44 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง (The 44th ASEAN Ministers on Energy Meeting and Its Associated Meetings/ Events: The 44th AMEM) ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-8 ต.ค. 2569 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญด้านพลังงานของอาเซียนที่รัฐมนตรีพลังงานของประเทศสมาชิกจะได้ร่วมกันผลักดันความสำเร็จของกรอบความร่วมมือด้านพลังงาน 7 สาขา ได้แก่ ไฟฟ้า ปิโตรเลียม ถ่านหินสะอาด ประสิทธิภาพและอนุรักษ์พลังงาน พลังงานหมุนเวียน นโยบายและแผนพลังงานภูมิภาค และพลังงานนิวเคลียร์
รวมทั้ง ได้มีการประชุมหารือร่วมกับประเทศคู่เจรจาและองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออก อาเซียนบวกสาม ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ และทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและผลักดันการดำเนินความร่วมมือให้บรรลุผลตามเป้าหมาย รวมถึงการหาแสวงหาความร่วมมือเพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานของภูมิภาคอาเซียนและส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค
นายเอกนัฏ ระบุว่า ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนภายใต้โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ควบคู่ไปกับการพัฒนาการสำรองน้ำมันและการจัดตั้งการสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับการผลักดันการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ อาทิ เอทานอล ไบโอดีเซล เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเชื่อมั่นว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยยกระดับความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือกับวิกฤตด้านพลังงาน รวมถึงการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งสร้างความยืดหยุ่นและมั่นคงในระยะยาวให้กับทั้งประเทศไทยและภูมิภาคในอนาคต
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมรับรองถ้อยแถลงร่วมระดับรัฐมนตรี โดยมีสาระสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานของอาเซียน มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคง ยืดหยุ่น และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามแผนปฏิบัติการด้านความร่วมมือด้านพลังงนอาเซียนปี 2026–2030 ซึ่งมีเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและลดความเข้มข้นการใช้พลังงาน พร้อมผลักดันโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (APG) และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัย เช่น BESS และ SMR
รวมถึงได้มีการรับรองเอกสารถ้อยแถลงร่วมระดับรัฐมนตรีกับประเทศอาเซียนบวกสาม เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ผ่านการผลักดันนโยบายด้านพลังงานสะอาด การพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีไฮโดรเจน/นิวเคลียร์ รวมถึงการขับเคลื่อนความร่วมมือในเวทีการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก โดยยึดมั่นให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านพลังงานที่ยั่งยืน ราคาเข้าถึงได้ และยืดหยุ่น พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานที่ทันสมัย และ AI เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


