ส.อ.ท.หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าMITฟื้นฟูหลังน้ำท่วม หนุนเป้าจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทย 2 แสนล้านในปี70

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเพียงผู้เดียวที่ได้รับมอบหมายตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 ภายใต้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ให้มีอำนาจพิจารณาออกใบรับรองและขึ้นทะเบียนสินค้า ซึ่งสินค้าที่ได้รับการรับรองจะต้องแสดง “ตราสัญลักษณ์ MiT” ที่ ส.อ.ท. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้อย่างเป็นทางการ พร้อมมีระบบ QR Code บนใบรับรองเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ทันที ป้องกันการแอบอ้างและสวมสิทธิ์ เพื่อให้ภาครัฐมีกลไกในการระบุชี้ชัดได้ว่าสินค้าใดเป็นของไทยอย่างแท้จริง
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. ตั้งเป้าขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยสู่ 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 โดยมุ่งให้สินค้าที่ผู้ประกอบการไทยผลิตและได้รับการรับรอง MiT แล้วมีโอกาสเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น และเกิดคำสั่งซื้อจริงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคม 2569 มีสินค้า MiT ที่มีสถานะ Active กว่า 40,000 รายการ และมีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าที่ขึ้นทะเบียน MiT สูงสุดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติกและปิโตรเคมี เครื่องจักรกล รวมถึงอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน และประธานคณะกรรมการกำกับงาน Made in Thailand (MiT) ส.อ.ท. กล่าวว่า การรับรอง MiT ยึดเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศตามสูตร ASEAN Local Content Scheme ซึ่งต้องมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และมีสูตรการคำนวณตามแนวทางที่องค์การการค้าโลก (WTO) ยอมรับ จึงไม่ใช่การกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังมีกลไกตรวจสอบภายหลัง (Post Audit) ทั้งการตรวจเอกสารรายละเอียดต้นทุนและการลงสุ่มตรวจสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่หน่วยงานผู้ซื้อว่าไม่มีการสวมสิทธิ์สินค้า
ทั้งนี้ ส.อ.ท. จึงขอให้ ทุกหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจร่วมส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า MiT ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งการจัดซื้อพัสดุเพื่อใช้งานประจำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขยายผลจากการรับรองไปสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยให้บรรลุเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ส.อ.ท. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัย ทั้งการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ และอาคาร อาทิ วัสดุก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมถนน ผลิตภัณฑ์สำหรับระบบน้ำและสุขาภิบาล อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า เช่น สายไฟและเคเบิล หม้อแปลงไฟฟ้า และตู้ควบคุมไฟฟ้า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ตลอดจนครุภัณฑ์และอุปกรณ์สำนักงาน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานตรงตามความต้องการใช้งาน ภายใต้หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้อง โดย ส.อ.ท.พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนเลือกใช้สินค้า MiT ในการฟื้นฟูโรงงานและสถานประกอบการด้วยเช่นกัน
“การใช้สินค้า MiT ในงานฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้ จะช่วยให้เม็ดเงินที่ใช้ในการซ่อมแซมกลับมาเป็นคำสั่งซื้อแก่ผู้ผลิตในประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนการกลับมาดำเนินธุรกิจ การรักษาการจ้างงาน และการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่ จึงเป็นการเชื่อมโยงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติเข้ากับการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ทั้งพื้นที่ประสบภัยและภาคธุรกิจฟื้นตัวไปพร้อมกัน ส.อ.ท. จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยร่วมขึ้นทะเบียนตราสัญลักษณ์ MiT และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกัน “เลือกใช้พัสดุไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน”นางกนิษฐ์กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

