เส้นทางสายทองคำ!‘รถไฟลาว-จีน’หนุนผลไม้ไทย

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครคุนหมิง กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ข้อมูลจากศุลกากรเหมิ่งล่า สังกัดศุลกากรคุนหมิง ระบุว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการรถไฟลาว-จีน จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 มีขบวนรถไฟขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางรถไฟลาว-จีน ให้บริการสะสม 25,000 ขบวน ปริมาณสินค้านำเข้าและส่งออก 20,770,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าการค้า 100,400 ล้านหยวน เติบโตเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 24% ครอบคลุม 19 ประเทศ/พื้นที่ รวมถึง สปป.ลาว และไทย มีสินค้านำเข้าและส่งออก 3,900 ประเภท ให้บริการแก่บริษัททั่วประเทศจีนกว่า 7,000 ราย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของรถไฟลาว-จีน ในฐานะ “เส้นทางสายทองคำ”
นายเริ่น เจิ้งเหว่ย รองผู้จัดการบริษัท China Railway Container Transport สาขาคุนหมิง กล่าวว่า สินค้าที่เน่าเสียง่ายอย่างผลไม้เมืองร้อนต้องการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง โดยอาศัยขบวนรถไฟขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ ทำให้ผลไม้อย่างทุเรียนสดจากไทยขนส่งได้โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์เดียวตลอดเส้นทาง พร้อมรักษาความสดใหม่ ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่ง และคุณภาพความสดของผลไม้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลขบวนรถไฟขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ เริ่มต้นจากท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อถึงเวียงจันทน์ จะเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าบนราง จากนั้นเข้าสู่จีนผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน มณฑลยูนนาน และผ่านการกำกับดูแลและตรวจปล่อยสินค้า ก่อนขนส่งตรงไปยังตลาดจีน เช่น นครคุนหมิง และนครฉงชิ่ง เป็นต้น โดยใช้เวลาขนส่งเร็วที่สุดไม่ถึง 3 วัน ต้นทุนการขนส่งน้อยกว่าการขนส่งทางถนน 15% ลดอัตราความเสียหายของผลไม้สดลง 10%
ข้อมูลระบุว่า 8 เดือนแรกปี 2569 จีนนำเข้าผลไม้เมืองร้อนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านรถไฟลาว-จีน เช่น ทุเรียน มังคุดและลำไย มูลค่า 5,260 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 มูลค่าการนำเข้าสะสมสูงกว่า 16,000 ล้านหยวน ซึ่งการขนส่งทางรถไฟด้วยระบบห่วงโซ่ความเย็น และการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร ณ ด่านนำเข้า มีความราบรื่น ช่วยผลักดันให้ “สวนผลไม้แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ขึ้นสู่“โต๊ะอาหารของผู้บริโภคชาวจีน” ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะที่สำนักงานศุลกากรคุนหมิง อำนวยความสะดวกการค้าข้ามพรมแดนอย่างครอบคลุม มุ่งเน้นผลักดันการบูรณาการระหว่างระบบศุลกากรอัจฉริยะและด่านอัจฉริยะ อีกทั้งส่งเสริมมาตรการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ที่ด่านการค้าได้มากกว่า 40% เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกบนเส้นทางดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือด้านการค้าข้ามพรมแดนมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น รถไฟลาว-จีนจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงตลาด และภาคอุตสาหกรรมระหว่างภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการส่งเสริมความร่วมมือภายใต้โครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”
สคต. ณ นครคุนหมิง มองว่า รถไฟลาว-จีน เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาการขนส่งที่เหมาะสม ขนส่งด้วยระบบห่วงโซ่ความเย็นช่วยรักษาความสด ลดความเสียหายของสินค้า และลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งผลให้ผลไม้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดจีนได้ดียิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันการที่จีนใช้มาตรการระบบศุลกากรอัจฉริยะและด่านอัจฉริยะช่วยอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากรในการตรวจปล่อยสินค้าให้มีความรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ในการขยายตลาด และควรสร้างความร่วมมือกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์และผู้นำเข้าของจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงตลาดเมืองต่างๆของจีนได้มากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

