สนค.ชู‘ซอฟต์พาวเวอร์’สร้างมูลค่าเพิ่ม ดันสินค้า‘ความงาม-ดิจิทัลคอนเทนต์’เจาะตลาดโลก

‘สนค.’เผยผลการศึกษาการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการไทยด้วย‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ชี้ไทยมีศักยภาพจากทุนทางธรรมชาติและทุนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องหอม และเครื่องสำอาง และธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ สะท้อนโอกาสในการต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อขยายตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก
19 ตุลาคม 2569 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า สนค. ได้ดำเนินโครงการศึกษาการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าอุตสาหกรรมไทยเชิงพาณิชย์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อศึกษาแนวทางการนำทุนทางธรรมชาติ ทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถสร้างความแตกต่างและแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ
ผลการศึกษาพบว่า ซอฟต์พาวเวอร์สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางการค้า โดยเฉพาะบริบทที่การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาและคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างแบรนด์ เรื่องราว อัตลักษณ์ ประสบการณ์ และการเชื่อมโยงสินค้าและบริการเข้ากับวัฒนธรรม ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภคในต่างประเทศ ทั้งนี้ การผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ให้เกิดผลทางเศรษฐกิจจำเป็นต้องเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้ทุนทางธรรมชาติและทุนทางวัฒนธรรมสามารถพัฒนาไปสู่สินค้าและบริการที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
โครงการนี้ได้ศึกษาเชิงลึกใน 2 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีศักยภาพในการนำซอฟต์พาวเวอร์มาเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ ได้แก่ กลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องหอม และเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีจุดแข็งจากความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบท้องถิ่น ตลอดจนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ไทยที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นส่วนผสม เรื่องราว และจุดขายของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ตลาดความงามโลกยังมีแนวโน้มเติบโตจากกระแส Beauty & Wellness และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังเผชิญข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งการวิจัยและพัฒนา การสร้างแบรนด์การเข้าถึงมาตรฐานสากล การทำตลาดในต่างประเทศ ตลอดจนการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อคุ้มครองแบรนด์ นวัตกรรม และผลงานสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
ในกลุ่มนี้จึงมีแนวทางการเพิ่มมูลค่าการค้าโดยสรุป 3 ประเด็นภายใต้แนวคิด “เพิ่ม–ยก–รุก” ได้แก่
(1) “เพิ่ม” มูลค่าวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ไทย ผ่านการสร้างเรื่องราว (Storytelling) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความแตกต่างและต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
(2) “ยก” ระดับผู้ประกอบการและห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบ การพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงผู้รับจ้างผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ (OEM/ODM) ให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมเสริมศักยภาพด้านการสร้างแบรนด์
(3) “รุก” ตลาดต่างประเทศ ด้วยการกำหนดตลาดเป้าหมายที่ชัดเจน ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี และขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน Cross-border E-commerce เพื่อขยายฐานผู้บริโภคและสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ ไทยมีจุดแข็งด้านทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน เกม และคอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งใช้คอนเทนต์เป็นช่องทางสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจต่อสินค้า บริการ และการท่องเที่ยวของไทย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ยังมีข้อจำกัดสำคัญด้านเงินทุน การบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงตลาดต่างประเทศ และกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการและบุคลากรอย่างเป็นระบบ

ในกลุ่มนี้จึงมีแนวทางการเพิ่มมูลค่าการค้าโดยสรุปใน 5 ประเด็น ได้แก่
(1) การพัฒนาคน (People Development) มุ่งยกระดับทักษะบุคลากรให้ทันต่อเทคโนโลยีและความต้องการของอุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาหลักสูตรและระบบรับรองทักษะที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
(2) การพัฒนางาน (Career & Professional Development) เน้นสร้างเส้นทางอาชีพและมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจน ควบคู่กับส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
(3) การพัฒนาแหล่งเงินทุน (Funding Development) เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจ พร้อมสร้างกลไกจับคู่ระหว่างผู้สร้างสรรค์ผลงานกับแหล่งเงินทุน
(4) การพัฒนาตลาด (Market Development) ผลักดันผลงานไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการประชาสัมพันธ์ การจับคู่ธุรกิจ การเข้าร่วมงานระดับนานาชาติ ตลอดจนการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อขยายฐานผู้บริโภค
(5) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Development) มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรม พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ บุคลากร แหล่งเงินทุน และตลาดเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตและผลักดันดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ว่า การขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ โดยภาครัฐควรมีบทบาทในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร
การวิจัยและนวัตกรรม การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การยกระดับมาตรฐาน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการสนับสนุนช่องทางตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น
สนค. จะนำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปใช้ประกอบการเสนอแนวทางขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ในมิติการค้า และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการดำเนินงาน โดยมุ่งให้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นมากกว่าการสร้างการรับรู้หรือภาพลักษณ์ของประเทศ แต่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้า เพิ่มโอกาสทางตลาด และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

