'DTN’สร้างความรู้ผู้ประกอบการไทย ดึงประโยชน์ FTA อาเซียน-แคนาดา

นางขวัญนภา ผิวนิล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (DTN) เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาในหัวข้อ “วิสัยทัศน์การเจรจา FTA ของไทย: เปิดโอกาสใหม่ทางการค้าและการลงทุน เพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-แคนาดา (ACAFTA)” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยในการใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าว ตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาในปีนี้ และคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปี 2570 โดย FTA อาเซียน-แคนาดา จะช่วยสร้างแต้มต่อทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือที่ไทยยังไม่มี FTA ด้วย โดยการลดอุปสรรคทางการค้าทั้งมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษี รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน
นางขวัญนภา กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ กรมได้เชิญวิทยากรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มากประสบการณ์ ร่วมเสวนาถึงโอกาส ความท้าทาย กลยุทธ์การเจาะตลาดแคนาดา และแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปีหน้า โดยเห็นว่าแคนาดาเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสทางการค้าอีกมาก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งมีการเติบโตสูงในตลาดแคนาดาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีกำลังซื้อสูง การจัดทำ FTA กับแคนาดา ซึ่งครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการค้าที่มีความโปร่งใส และคาดการณ์ได้ในการเข้าสู่ตลาดแคนาดา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาจุดเด่นของสินค้าตนและความต้องการของผู้บริโภคแคนาดา สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับคู่ค้า ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างความแตกต่างจากสินค้าคู่แข่ง รวมถึงการใช้ประโยชน์จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทาง ต้นทุน และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก FTA และการขยายตลาดต่างประเทศได้จากหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
สำหรับแคนาดาถือเป็นเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีอำนาจการซื้อสูง ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับแคนาดา ทั้งในระดับภูมิภาคผ่านกรอบอาเซียนและทวิภาคีระหว่างไทยกับแคนาดา ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีแผนที่จะเปิดการเจรจาภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 โดยความตกลงทั้งสองฉบับจะช่วยเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งช่วยขยายโอกาสด้านการค้าสินค้าและบริการของไทย อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม (ข้าว อาหารทะเลแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน ผลไม้กระป๋อง ไอศกรีมผลไม้ ของทานเล่นเพื่อสุขภาพ) ธุรกิจสปาและสุขภาพ (Wellness) ดิจิทัลคอนเทนต์และเกมออนไลน์ พลังงานสะอาด และบริการวิชาชีพ (วิศวกร สถาปนิก) รวมถึงขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับแคนาดา โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่แคนาดามีความเชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ ในปี 2568 การค้าของไทยและแคนาดา มีมูลค่า 3,915.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 21.44 โดยไทยส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 2,587.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 21.25 และไทยนำเข้าจากแคนาดา มูลค่า 1,327.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 21.82 สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว และผลิตภัณฑ์ยาง และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

