BBL-SCB-KBANKกำไรร่วง ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยปรับลดลง

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 9,489 ล้านบาท ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,789 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ ประกอบกับการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อเฉลี่ย ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด
ในขณะที่กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 29,981 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทา ภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.47% ทั้งนี้การขยายตัวของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน
อย่างไรก็ตามธนาคารยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,692,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2 % จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ
สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่า ด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.2% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 322.1% เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 จำนวน 3,221,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 83.6%
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 10,677 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารหนี้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากธุรกิจหลักยังมีเสถียรภาพ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมทรงตัวในระดับสูง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง และการตั้งสำรองปรับลดลงตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
โดยงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 31,989 ล้านบาท ลดลง 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและค่าธรรมเนียมยังมีเสถียรภาพ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของเงินลงทุน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.07% ขณะที่สินเชื่อขยายตัว 2.4% จากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับแนวทางการเติบโตอย่างคัดสรร นำโดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อดิจิทัลของกลุ่ม Gen 2 รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่นๆ อยู่ที่ 11,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% จากปีก่อน และเติบโต 12.8% ในงวดเก้าเดือนแรก ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายทั้งปี
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่า ไตรมาส 3/2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 12,720 ล้านบาท ลดลง 3.98% จากไตรมาส 2/2569 ส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงจากภาวะตลาดที่มีความผันผวน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่มี 9,841 ล้านบาท ลดลง 5.29% เกิดจากภาวะตลาดในไตรมาสนี้ และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียม ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 31,602 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
ส่วนงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% ทั้งนี้หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจะมีจำนวน 39,311 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 94,992 ล้านบาท ลดลง 8.87% จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รวมทั้งธนาคารมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้า ส่งผลให้อัตราส่วนผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) อยู่ที่ 2.89% แต่ธนาคารสามารถชดเชยได้จากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่มีจำนวน 51,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.51% จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า การจัดการกองทุน การลงทุน และการบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เริ่มลงทุนหุ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

