EXIM BANK-KTB เดินหน้าเมืองคาร์บอนต่ำ

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ร่วมกับธนาคารโลก และธนาคารกรุงไทย (KTB) เดินหน้าโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project) ซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนโครงการ โดยนำกลไกการเงินภาครัฐมาช่วยปลดล็อกและดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนด้านพลังงานสะอาดผ่าน EXIM BANK ควบคู่กับการพัฒนากลไกตลาดคาร์บอนร่วมกับธนาคารกรุงไทย เพื่อการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ภายใต้โครงการดังกล่าว EXIM BANK ได้รับเงินกู้จากธนาคารโลก วงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปสนับสนุนสินเชื่อแก่บริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Companies : ESCOs) ที่ได้รับการรับรอง เพื่อใช้ลงทุนและดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ ในระยะแรกมีหน่วยงานนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
โครงการเมืองคาร์บอนต่ำฯ คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนได้ 180 เมกะวัตต์ และช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 448 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี โดยนอกจากช่วยลดต้นทุนพลังงานของภาครัฐแล้ว ยังช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการด้านพลังงานสะอาด และวางต้นแบบการลงทุนที่สามารถขยายผลไปยังหน่วยงานและพื้นที่อื่นๆ ของประเทศในอนาคต
“โครงการเมืองคาร์บอนต่ำฯ ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการนำกลไกทางการเงินมาเปลี่ยนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นการลงทุนจริง โดยเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน”นายชลัช กล่าว
โดย EXIM BANK จะใช้กลไกทางการเงินเปลี่ยนการประหยัดพลังงานของภาครัฐให้เป็นโอกาสการลงทุนที่เกิดขึ้นได้จริง สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ภาคเอกชน พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งโครงการเมืองคาร์บอนต่ำฯนับเป็นโครงการต้นแบบที่ไทยใช้นำเสนอความสำเร็จในการนำกลไกการเงินภาครัฐมาช่วยเร่งการลงทุน และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในวงกว้างบนเวทีระดับนานาชาติในการประชุม “IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026” ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569
“ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เชื่อมเงินทุนโลกสู่การลงทุนสีเขียวของไทย เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย และเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน”นายชลัช กล่าว


