‘อุตฯดิจิทัล’สูงสุด! ยอดลงทุน9เดือนปี69พุ่ง28%

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,954 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,707,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนโมเมนตัมของการลงทุนสู่ไทย และความเชื่อมั่นต่อการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนกลไกเร่งรัดการลงทุน (Thailand FastPass) และการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่านมาตรการ Skill Bridge ของรัฐบาล
สำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล มีมูลค่าสูงสุด 1.17 ล้านล้านบาท จาก 139 โครงการ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมา ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 189,370 ล้านบาท จาก 262 โครงการ เพิ่มขึ้น 7% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัลและฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ตามการเติบโตของเทคโนโลยี AI และหากพิจารณาเฉพาะกลุ่มกิจการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI พบว่า มีคำขอรับการส่งเสริม 111 โครงการ มูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริม 80,190 ล้านบาท จาก 218 โครงการ เพิ่มขึ้น 59%
“ทิศทางการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของธนาคารโลกที่ระบุว่า “บริการดิจิทัล การผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร” เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย อีกทั้งสะท้อนการขยายตัวอย่างสมดุลระหว่างฐานอุตสาหกรรมเดิม โดยเฉพาะเกษตรและอาหาร และการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เป็นต้น” นายนฤตม์ กล่าว
สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริม 1,309 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,550,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% สะท้อนการเข้ามาของโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างซัพพลายเชนระดับโลก และความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและความพร้อมของไทย โดยผู้ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ , จีน , สหราชอาณาจักร , ญี่ปุ่น และไต้หวัน ส่วนใหญ่อยู่ในกิจการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
ส่วนตัวเลขในขั้นอนุมัติการส่งเสริม 9 เดือนแรกปี 2569 มี 1,951 โครงการ เงินลงทุน 1,512,600 ล้านบาท คาดว่าจะจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่ม 116,000 ตำแหน่ง ใช้วัตถุดิบในประเทศ 693,000 ล้านบาทต่อปี สร้างมูลค่าส่งออก 1.96 ล้านล้านบาทต่อปี นอกจากนี้บีโอไอยังให้ความสำคัญกับการยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิม ผ่านมาตรการ Smart and Sustainable Industry ซึ่ง 9 เดือนแรก มีผู้ขอรับการส่งเสริม 196 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 20,431 ล้านบาท เป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเครื่องจักรให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดพลังงาน และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งช่วยลดต้นทุน และทำให้ฐานอุตสาหกรรมเดิมแข่งขันได้ในระยะยาว
“ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนกว่า 1.7 ล้านล้านบาท สะท้อนทิศทางการลงทุนที่ให้น้ำหนักกับอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เปิดโอกาสให้ไทยขยายบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน AI ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตอุปกรณ์ รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้อง บีโอไอเดินหน้าดึงดูดการลงทุนใหม่ควบคู่กับการยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากร พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

