เร่งช่วย‘SMEs’ถูกน้ำท่วม DIPROM จัดสินเชื่อ‘เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ’

น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทั้งด้านสถานประกอบการ เครื่องจักร วัตถุดิบ การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิต การตลาด รายได้ สภาพคล่อง และความสามารถในการแข่งขัน โดยกรมฯจึงเร่งให้ DIPROM Center ลงพื้นที่สำรวจและประเมินปัญหาของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมให้ความช่วยเหลือผ่าน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)”
โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 120 ล้านบาท จากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจ ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ทั้งนี้โครงการถูกออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ เช่น ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ภัยสงคราม และภัยพิบัติอื่นๆ ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูโดยเร่งด่วน เน้นไปที่ความ “รวดเร็วและปฏิบัติได้จริง” เพื่อเปลี่ยนจากสภาวะวิกฤต (Crisis) ให้ธุรกิจกลับมาประคองตัวและเติบโตได้ ประกอบด้วย กิจกรรมการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติเชิงลึก (Retrofit) เน้นการช่วยเหลือผู้ประกอบที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องฟื้นฟูและปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร หรือกระบวนการผลิต
กิจกรรมการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเบื้องต้น (Recover) เน้นการช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในระดับกลางถึงต่ำ เช่น น้ำท่วมสถานประกอบการ/โรงงาน หรือได้รับผลกระทบทางอ้อม อาทิ ประสบปัญหาเรื่องการจัดหาวัตถุดิบ ระบบการขนส่ง การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการสูญเสียโอกาสด้านการตลาด โดยกรมฯจะเข้าไปวินิจฉัยปัญหาเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ การให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้น และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน
นอกจากนี้กรมฯยังมีมาตรการด้านการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการผ่านสินเชื่อ “เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ” ภายใต้มาตรการบรรเทา ฟื้นฟู และให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยมีกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือลูกหนี้รายเดิมและการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และนำเงินทุนไปใช้ในการฟื้นฟูกิจการได้อย่างเหมาะสม
โดยผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้รายเดิม กรมฯจะให้ความช่วยเหลือผ่านการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติเป็นเวลา 4 เดือน พร้อมลดภาระค่างวดผ่อนชำระรายเดือนลง 50% เป็นเวลา 6 เดือน และขยายระยะเวลาชำระหนี้ได้ไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ยังขอรีไฟแนนซ์เงินกู้ได้ โดยวงเงินกู้ใหม่ต้องไม่เกินวงเงินกู้เดิม ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ยื่นขอสินเชื่อได้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อรายต่อกิจการ กำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก พร้อมพักชำระหนี้อัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

