‘ศุภจี’งัดกุญแจ 4 ดอก ผนึก‘สภาอุตฯ’ปรับสมดุลการค้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมหารือกับนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และผู้บริหาร ว่า ได้หารือถึงการกำหนดแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย รับมือความท้าทายทางการค้า และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างทั่วถึง โดยจะร่วมมือผ่านคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)
นางศุภจี กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เศรษฐกิจที่เติบโตไม่ทั่วถึง และความท้าทายด้านดุลการค้า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย โดยกระทรวงพาณิชย์มุ่งสร้าง “สมดุลทางการค้า” ทั้งด้านตลาด สินค้า และรายได้ ไม่ใช่เพียงเพิ่มมูลค่าการส่งออก แต่ต้องเพิ่มมูลค่าที่เกิดขึ้นในประเทศ กระจายโอกาสเศรษฐกิจสู่ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
“การขับเคลื่อนนโยบายจะใช้กุญแจ 4 ดอก ได้แก่ “Rethink Partnerships” การคิดใหม่เรื่องพันธมิตรเพื่อเปิดตลาดใหม่และกระจายความเสี่ยง , “Redefine Value” การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และต่อยอดศักยภาพของสินค้าไทย , “Rewire Trade” การเชื่อมโยงการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน และ “Rebuild Trust & Resilience” การสร้างความเชื่อมั่นและเสริมความยืดหยุ่นให้ภาคธุรกิจสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางศุภจี กล่าว
สำหรับความร่วมมือกับ ส.อ.ท. กระทรวงพาณิชย์พร้อมผลักดันการส่งเสริมสินค้าไทยผ่านการรับรอง Made in Thailand (MiT) และโครงการ Buy Thai เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาด กระตุ้นการใช้สินค้าไทย และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบที่ผลิตในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่กับการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเปิดตลาดใหม่ ลดอุปสรรคทางการค้า และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
นอกจากนี้ยังหารือแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก (Jewelry Hub) ยกระดับสินค้าเกษตรจากสินค้าโภคภัณฑ์ สู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม ผ่านโครงการ Thailand Food Valley เป็นต้น ส่วนการส่งเสริม SMEs ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับความพร้อมของธุรกิจ เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า โดยมุ่งให้ SMEs เติบโตและเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์มุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าในรูปแบบที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน โดยปรับแนวคิดจากการ “ขายให้” (Sell To) สู่การ “ขายร่วมกัน” (Sell With) ผ่าน Co-Creation นำจุดแข็งของไทยและประเทศคู่ค้ามาร่วมพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่การค้าระดับภูมิภาคและระดับโลก
“เป้าหมายกระทรวงพาณิชย์ คือ ทำให้การค้าเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและทั่วถึง ไม่เพียงสร้างรายได้จากการส่งออก แต่ต้องเพิ่มมูลค่าในประเทศ ส่งเสริมการใช้สินค้าและวัตถุดิบไทย ตลอดจนกระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อเปลี่ยนการเติบโตทางการค้าให้เป็นการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน” นางศุภจี กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

