DITP เชื่อมผู้นำเข้า–ห้างพรีเมียมเยอรมนีเปิดทางสินค้าอาหาร-ผลไม้ไทยเจาะตลาดยุโรป

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าอาหารและผลไม้ไทยในตลาดเยอรมนี เชื่อมโยงผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ พร้อมผลักดันความร่วมมือทางการค้าภายใต้โอกาสจากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป (EU) ควบคู่กับการส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างประเทศผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพอาหารไทย และต่อยอดความนิยมอาหารไทยไปสู่การเพิ่มโอกาสส่งออกข้าว เครื่องปรุงรส วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารไทยในตลาดยุโรป ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการค้าและขยายตลาดสินค้าและบริการไทยในต่างประเทศ
นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี คณะผู้บริหาร DITP ได้หารือกับผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าอาหารและผลไม้ไทยในรูปแบบ Roundtable โดยมีนาย Chieu Duc Truong ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Asropa ซึ่งดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต Vinh-Loi และนาย Mirko Rothe กรรมการผู้จัดการบริษัท Fruchtservice Vertriebs GmbH ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและกระจายสินค้าผักและผลไม้สด รวมถึงผลไม้เมืองร้อน ให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจในเยอรมนีและยุโรป
การหารือมุ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาด โอกาสและอุปสรรคในการนำเข้าสินค้าไทย ตลอดจนแนวทางเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารจากไทย โดยบริษัท Asropa
ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าที่สำคัญ และมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีกับผู้ส่งออกและซัพพลายเออร์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต Vinh-Loi
รวม 7 สาขาในเมืองฮัมบวร์กและกรุงเบอร์ลิน พร้อมช่องทางจำหน่ายส่งและออนไลน์ ทั้งนี้ เห็นว่าหากการเจรจา FTA ไทย–EU สามารถบรรลุผลและมีผลบังคับใช้ จะช่วยลดภาษีนำเข้าสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย อันจะเป็นโอกาสในการขยายการนำเข้าสินค้าจากไทยในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ฉบับใหม่ของ EU ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดทางการค้าหากไม่สามารถปรับตัวได้ทันตามข้อกำหนด
ขณะที่บริษัท Fruchtservice Vertriebs GmbH แจ้งว่า บริษัทมีประสบการณ์นำเข้าผักและผลไม้สดจากไทยมายาวนานกว่า 20 ปี และปัจจุบันให้ความสำคัญกับการนำเข้าสินค้าผลไม้ไทยในรูปแบบพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) เพิ่มมากขึ้น อาทิ มะม่วงในน้ำเชื่อม เนื้อแก้วมังกร และมะม่วงปอกเปลือกหั่นพร้อมรับประทาน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย
โดยเห็นว่าสินค้าไทยมีคุณภาพดีและเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ จึงเป็นประเด็นที่ผู้ส่งออกไทยควรพิจารณาพัฒนาด้านต้นทุนและรูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการนำเข้าคัดเกรด บรรจุภัณฑ์ และกระจายสินค้าสดผ่านระบบควบคุมอุณหภูมิ ครอบคลุมกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง และผู้ค้าปลีกอาหาร ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทย
นายพรวิช ยังได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการทั้งสองรายร่วมพิจารณาแนวทางจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าไทยในตลาดเยอรมนี อาทิ การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) และกิจกรรมส่งเสริมการขายภายในร้านค้า (In-store Promotion) เพื่อเพิ่มการรับรู้และกระตุ้นความต้องการสินค้าไทย โดยสามารถประสานความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน (สคต. เบอร์ลิน) ในการวางแผนและดำเนินกิจกรรม นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้ประกอบการทั้งสองรายเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia และ THAIFEX – HOREC ในปี 2570 เพื่อพบปะผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย เจรจาธุรกิจ และแสวงหาสินค้ารายการใหม่ ๆ สำหรับนำเข้าไปจำหน่ายในตลาดเยอรมนีและยุโรปเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสพบหารือกับผู้บริหารห้างสรรพสินค้า KaDeWe ณ กรุงเบอร์ลิน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการขยายการนำเข้าสินค้าอาหาร เครื่องปรุงรส ผักและผลไม้จากไทย รวมถึงหารือสถานการณ์ตลาดสินค้าและธุรกิจร้านอาหารไทยในเยอรมนี ตลอดจนแนวทางจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าร่วมกันในอนาคต โดยปัจจุบัน KaDeWe นำเข้าสินค้าอาหารจากไทยผ่านผู้นำเข้าในเนเธอร์แลนด์ และอยู่ระหว่างความร่วมมือกับ Go Asia ซึ่งเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าเอเชียในเยอรมนี เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารเอเชียภายในห้าง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน 2570 ทั้งนี้ KaDeWe แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับกรมฯ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอาหารไทย โดยมี Go Asia เป็นพันธมิตร ครอบคลุมห้าง KaDeWe ในกรุงเบอร์ลิน และห้างในเครือที่เมืองฮัมบวร์กและมิวนิก
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในแนวทางการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ร่วมกับห้าง KaDeWe โดยสำนักงานฯ จะประสานหารือรายละเอียดและแนวทางการดำเนินงานกับห้างฯ ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

