แห่ใช้‘ไทยช่วยไทย พลัส’ปลุกกำลังซื้อ-หนุนเศรษฐกิจฐานราก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือนกรกฎาคม 2569 จำนวน 5,465 รายทั่วประเทศ เกี่ยวกับการใช้สิทธิและความคิดเห็นต่อโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) พบว่า 71.77% ร่วมใช้สิทธิ ขณะที่ 28.23% ไม่ได้ใช้สิทธิ โดยผู้ที่ไม่ได้ใช้สิทธิให้เหตุผลว่าได้รับสิทธิผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว นอกจากนี้พบข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี เช่น ไม่มีสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ไม่รองรับแอปพลิเคชัน สแกนใบหน้าไม่ได้ ตลอดจนขาดความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครและการใช้งาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัล เป็นต้น
เมื่อพิจารณาประเภทสินค้าและบริการที่ประชาชนเลือกใช้สิทธิ พบว่า อาหารพร้อมทาน เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว กับข้าวสำเร็จรูป และข้าวราดผัดกะเพรา มีสัดส่วนสูงที่สุด 48.22% รองลงมา ได้แก่ อาหารสด 38.87% สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ใช้สิทธิกับสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ผลสำรวจยังพบว่าโครงการมีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชน โดย 36.96% กล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น , 24.50% นำเงินส่วนที่เหลือไปเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ และ 23% ซื้อสินค้าและบริการในชุมชนหรือท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เป็นต้น และพบว่า 30.47% เห็นว่าโครงการมีส่วนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับปานกลาง รองลงมา 23.22% เห็นว่าช่วยได้ค่อนข้างมาก มีเพียง 0.64% ที่เห็นว่าโครงการไม่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเลย
สำหรับแนวโน้มการใช้จ่ายภายหลังสิ้นสุดโครงการ พบว่า 29.19% คาดว่าระดับการใช้จ่ายจะไม่แตกต่างจากช่วงดำเนินโครงการ รองลงมา 23.26% คาดว่าจะใช้จ่ายน้อยลงเล็กน้อย , 9.50% คาดว่าจะใช้จ่ายมากขึ้น และ 6.17% คาดว่าจะใช้จ่ายน้อยลงมาก ขณะที่ 2.43% ยังไม่แน่ใจ
ขณะที่ผลสำรวจมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย หลังสิ้นสุดโครงการ พบว่า 44.96% คาดว่าเศรษฐกิจจะไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ 28.93% คาดว่าดีขึ้นเล็กน้อย และ 3.90% คาดว่าดีขึ้นมาก ส่วนผู้ที่คาดว่าจะแย่ลงเล็กน้อยและแย่ลงมากมีสัดส่วน 16.61% และ 5.58% ตามลำดับ สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองต่อเศรษฐกิจในลักษณะทรงตัวถึงปรับตัวดีขึ้น แม้ยังคงมีความระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

