กรมพัฒน์ เร่งพัฒนาระบบ e-Accountant พร้อมปั้นเด็กรุ่นใหม่เป็นนักบัญชี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยสถิติผู้ทำบัญชีประจำปี 2568 พบมียอดเพิ่มขึ้นกว่า 4,152 คน เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยในปี 2569 ได้เร่งพัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant+) เพื่อรองรับผู้ทำบัญชีกว่า 89,130 คน พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพให้นิสิต/นักศึกษาในสถาบันการศึกษาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ทำบัญชีที่มีคุณภาพในอนาคต
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติผู้ทำบัญชี ในปี 2568 ว่า มีผู้ทำบัญชีทั้งสิ้นจำนวน 82,780 คน เพิ่มขึ้น 4,152 คน เมื่อเทียบกับปี 2567 โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีผู้ทำบัญชีมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 30,290 คน รองลงมาคือ นนทบุรี 5,453 คน สมุทรปราการ 5,054 คน ชลบุรี 3,371 คน และ ปทุมธานี 3,322 คน คิดเป็นกว่า 57.37% ของผู้ทำบัญชีที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศ
โดยหากเปรียบเทียบกับจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามจังหวัดของผู้ทำบัญชี 5 อันดับสูงสุด พบว่า มีนิติบุคคล 561,315 ราย คิดเป็นกว่า 58.03% ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด (ทั้งหมด ณ 31 ธันวาคม 2568 = 967,210 ราย) ซึ่งมีนิติบุคคลเฉลี่ย 12 นิติบุคคลต่อผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ทำบัญชีมีเพียงพอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
ในปี 2569 กรมฯได้พัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant+) ให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ทำบัญชี และเพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ธุรกิจยังสามารถค้นหาผู้ทำบัญชี เพื่อจัดทำบัญชีให้กับธุรกิจได้ รวมทั้งตรวจสอบสถานะของผู้ทำบัญชีและการแจ้งรับทำบัญชีของผู้ทำบัญชีด้วยตนเองได้อีกด้วย
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ทำบัญชีมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ นอกจากต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบัญชีแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบัญชี สนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนและกำหนดแนวทางการทำงาน ดังนั้น ผู้ทำบัญชีจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและการดำเนินงานต่างๆ เพื่อสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กรมฯให้ความสำคัญในเรื่องความรู้ที่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และข้อบกพร่องในการจัดทำบัญชีเพื่อกำกับให้ภาคธุรกิจปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการจัดอบรมให้แก่ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ที่สนใจทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการอบรมในช่วง 5 ปี กว่า 5,000 คน พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ทำบัญชีปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้
นอกจากนี้กรมฯยังเร่งพัฒนาศักยภาพให้กับนิสิต/นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) ซึ่งเป็นการเรียนในรูปแบบ e-Learning และยังสามารถเลือกหลักสูตรเพิ่มเติมจากการอบรมผ่านระบบ Zoom โดยกรมฯได้สรรหาวิทยากรผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านมาบรรยายให้ความรู้ เช่น หลักสูตร Transformative Accounting ปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงานด้านบัญชีด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล และหลักสูตรความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น
ในปี 2569 นี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับบริบทการทำงานของนักบัญชียุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ผ่านการรับรองจากกรมฯ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 195 สำนักงาน มาแบ่งปันประสบการณ์ของนักบัญชีจากพี่สู่น้อง
ดังนั้นขอเชิญชวนสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) เพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์นักบัญชีให้เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ทำบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งผู้ทำบัญชี และสำนักงานบัญชี ต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดี พร้อมสนับสนุนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อการตัดสินใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ โดยต้องไม่แนะนำหรือส่งเสริมให้ธุรกิจทำผิดกฎหมาย เช่น การถือหุ้นแทนคนต่างชาติ หรือการเปิดบัญชีม้าในรูปแบบนิติบุคคลโดยเด็ดขาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

