ภาคประชาชนจี้ยกระดับ มาตรฐานเหล็ก ย้ำความปลอดภัย ต้องมาก่อนผลกำไร

เสียงของผู้บริโภคภาคประชาชนสะท้อนความเห็นในการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เรียกร้องให้ภาครัฐยกระดับมาตรฐานเหล็กให้ชัดเจน ตรวจสอบได้ และให้ความ สำคัญกับความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สินเป็นอันดับแรก เสนอให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับและเปิดเผยข้อมูลเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานต่อสาธารณะ
ในเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผู้บริโภคส่วนใหญ่กังวลกระบวนการผลิตเหล็กด้วยเตา Induction Furnace (IF) โดยเห็นว่าการตรวจสอบเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลายทางอาจไม่เพียงพอ หากยังมีความเสี่ยงจากความไม่สม่ำเสมอของเนื้อเหล็ก จึงสนับสนุนแนวทางควบคุมตั้งแต่ต้นทาง และเรียกร้องให้จำกัดกรรมวิธีผลิตเหล็กที่ใช้ในโครง สร้างสำคัญ
โดยตัวแทนประชาชนยังย้ำว่า “มาตรฐาน” ต้องหมายถึงคุณภาพที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่ผลตรวจที่บาง ครั้งผ่านบางครั้งไม่ผ่าน พร้อมเปรียบว่าเหล็กเส้นไม่ใช่สินค้าที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายหลังนำไปฝังในโครงสร้างอาคารแล้ว ความผิดพลาดจึงอาจสร้างความเสียหายระยะยาว และเห็นว่า ความปลอดภัยไม่สามารถต่อรองได้

นอกจากนี้ มีข้อเสนอให้บังคับแสดงข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุและกระบวนการผลิตเหล็ก ณ จุดขาย เพื่อ ให้ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม ขณะที่เสียงส่วนน้อยเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีการผลิตหลากหลายแข่งขันกันได้ หากสามารถพิสูจน์คุณภาพด้วยหลักฐานทางวิชาการที่ชัดเจน
จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต-เหล็กข้ออ้อย หรือ มอก.24-2559 ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นที่จับตามองทั้งผู้ประกอบการ รวมถึงวิศวกรก่อสร้าง ขณะที่ ผู้บริโภคหรือภาคประชาชนเองก็ให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน โดยจุดยืนของภาคประชาชนมีความเห็นว่า “ความปลอดภัยต้องมาก่อนผลกำไร” และมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อยควรเน้นการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานในอนาคต
คุณนิสรา แก้วสุข จากสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า ผู้บริโภคต้องได้รับความปลอดภัยที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่เพียงความปลอดภัยจากความบังเอิญ จึงควรควบคุมมาตรฐานเหล็กตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงตัวผลิตภัณฑ์ และพร้อมเปิดเผยข้อมูลวัสดุและมาตรฐานเหล็ก ณ จุดขาย เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้มั่นใจได้ว่าบ้าน คอนโดมิเนียม และอาคารมีความปลอดภัยจริง และชัวร์ 100%
คุณศุภการ เพชรยนต์ นักศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นว่า มาตรฐานเหล็ก ต้องมีความสม่ำเสมอและปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเหล็กโครงสร้างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตประชาชน หากเหล็กจากกรรมวิธี IF ยังมีความเสี่ยงและไม่สามารถพิสูจน์คุณภาพได้อย่างแน่นอน ควรระงับหรือยกเลิกการใช้ออกไปก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัย และยังให้ความเห็นอีกว่าว่าการลดต้นทุนหรือการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล็ก ไม่ควรแลกกับความปลอดภัยและชีวิตของประชาชน เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น จะเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินหรือย้อนกลับมาแก้ไขได้
คุณวรชาติ อหาริก ตัวแทนภาคประชาชนและผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า “ความปลอดภัยของประชาชนไม่สามารถต่อรองได้” และไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ผลทดสอบปลายทาง แต่ต้องควบคุมกระบวนการผลิตเหล็กตั้งแต่ต้นทาง ให้สะอาด โปร่งใส และได้มาตรฐาน และยังมีกังวลว่าการแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ผู้รับเหมาเลือกใช้เหล็กที่ราคาถูก แต่ผู้บริโภคเป็นผู้รับความเสี่ยง
ส่วนปัญหาด้านคุณภาพและมลพิษจากเตา IF บทบาทภาครัฐควรมีความชัดเจน ด้านมาตรการป้องกันปัญหาเชิงรุก ไม่ควรให้เกิดความเสียหายแล้วจึงแก้ไข และมีความเห็นว่า มาตรฐานเหล็กต้องมีความชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากกระบวนการผลิตที่ไม่แน่นอน

