ยื่นกู้ซื้อบ้านซ้อนหลายบัญชี เสี่ยงผิดนัดชำระ-กระทบหนี้ครัวเรือน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า หนี้ครัวเรือนในไตรมาสแรกปี 2569 ขยายตัวเล็กน้อย ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเร่งขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ปรับลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลระบุว่า หนี้ครัวเรือนเมื่อสิ้นไตรมาสแรกปี 2569 มีมูลค่ารวม 16.41 ล้านล้านบาท ขยายตัว 0.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงมาอยู่ที่ 85.9% เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 สะท้อนทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เร่งขึ้นเร็วกว่าการก่อหนี้ของภาคครัวเรือนในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัว 4.82% เพิ่มขึ้นจาก 3.87% และ 4.34% ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2568 ตามลำดับ ขณะที่สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 1.73% สูงขึ้นจาก 1.61% และ 1.63% ในช่วงเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ในทางกลับกันสินเชื่อเพื่อยานยนต์หดตัว 7.51% หดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10
ส่วนด้านคุณภาพหนี้ ข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) พบว่า ยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.25 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 9.20% ของสินเชื่อรวม ลดลงจาก 9.59% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยสัดส่วน NPLs ลดลงในทุกประเภทสินเชื่อ ขณะที่ NPLs ในระบบธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 1.70 แสนล้านบาท หรือ 3.25% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.23% ในไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตามเครดิตบูโรรายงานว่า สินเชื่อค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน (SMLs) มีมูลค่า 5.53 แสนล้านบาท คิดเป็น 4.07% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 จาก 3.51% ในไตรมาสก่อนหน้า แล 3.09% ในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ สะท้อนความเสี่ยงที่อาจพัฒนาเป็น NPLs ในระยะถัดไป
นายดนุชา กล่าวว่า ประเด็นแรกที่ สศช. จับตาคือ ความเสี่ยงจากผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่มีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งบัญชี ข้อมูลเครดิตบูโร พบว่า ในปี 2568 ผู้กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 1 คน มีบัญชีสินเชื่อเปิดใหม่เฉลี่ยสูงกว่าช่วงปี 2564-2567 ที่เฉลี่ย 1.06-1.07 บัญชี แม้ไตรมาสแรกปี 2569 ค่าเฉลี่ยจะลดลงเป็น 1.08 บัญชี แต่ยังสะท้อนว่าผู้กู้บางส่วนขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลายหน่วยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และมีภาระหนี้เกินความสามารถในการชำระคืน
โดยความเสี่ยงส่วนหนึ่งเกิดจากสถาบันการเงินรายงานข้อมูลเครดิตเข้าระบบเป็นรอบประมาณเดือนละครั้ง ทำให้ข้อมูลภาระหนี้ล่าสุดยังไม่ปรากฏ และเปิดช่องให้ผู้กู้สามารถยื่นขอสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินได้ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์บางส่วนอาจใช้ช่องว่างดังกล่าวเสนอขายที่อยู่อาศัยหลายหน่วยเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต จึงควรพัฒนาระบบรายงานข้อมูลเครดิตให้มีความถี่มากขึ้นเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว
ประเด็นที่ 2 คือ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือภาครัฐยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน จึงเสนอให้พัฒนากลไกฟื้นฟูลูกหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้รายบุคคล โดยอาจศึกษาแนวทาง Personal Debtor Rehabilitation Program ของเกาหลีใต้ ที่เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ปรับแผนการชำระหนี้ผ่านกระบวนการศาล และอาจได้รับการยกเว้นหนี้ส่วนที่เหลือเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

