BAFSปิดงบไตรมาส2 ฟันกำไร60.5ล้าน-เพิ่มขึ้น8%
15 สิงหาคม 2569 เวลา 06:10 น.

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/2569 อุตสาหกรรมการบินยังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet A-1 เพิ่มขึ้นกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงปลายไตรมาส 1/2569 ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สายการบินจึงมีแนวโน้มบริหารกำลังการให้บริการอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ทั้งนี้ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตอาจชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงการฟื้นตัวหลังโควิด-19
อย่างไรก็ตามแม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกที่ทำให้ธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานชะลอตัว แต่ BAFS Group ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของรากฐานธุรกิจ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์ และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.07 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 6% มี EBITDA จำนวน 402.2 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ส่วนช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 212.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.29 บาท มี Net Profit Margin อยู่ที่ 10% แม้รายได้รวมและ EBITDA จะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2569 แต่ BAFS Group ยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมลดลง 3%

