พพ.ผนึกกำลัง 7 หน่วยงาน ดันเกษตรไทยสู่ Low Carbon

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า พพ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทนในภาคเกษตร “ร่วมกับ 7 หน่วยงาน ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 6 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) หรือกรมโลกร้อน เพื่อวางกรอบการทำงานร่วมกันระยะเวลา 5 ปี เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคเกษตร
โดยความร่วมมือครั้งนี้ ต้องการให้เรื่องพลังงานเข้าไปอยู่ในกระบวนการผลิตทางการเกษตรมากขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์การใช้พลังงาน การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับพื้นที่ ไปจนถึงการนำพลังงานทดแทนมาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีเป้าหมายยกระดับภาคเกษตรไปสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
“โจทย์สำคัญ คือทำอย่างไรให้องค์ความรู้ด้านพลังงานเชื่อมกับภาคเกษตร และเกิดผลในพื้นที่จริง ทั้งการลดต้นทุนด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน”น.ส.นันธิกา กล่าว
ทั้งนี้ พพ. จะเข้ามาสนับสนุนตั้งแต่การให้ข้อมูลและสาธิตเทคโนโลยี ให้คำปรึกษา ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานของกลุ่มเป้าหมาย ก่อนเลือกใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสม พร้อมส่งเสริมการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรประสิทธิภาพสูง รวมถึงอุปกรณ์ที่มีฉลากแสดงประสิทธิภาพด้านพลังงาน
ส่วนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะสนับสนุนข้อมูลสถิติ ดัชนีเศรษฐกิจ ผลการศึกษาและการวิเคราะห์ เพื่อใช้วางแผนและประเมินผลมาตรการด้านพลังงาน ขณะที่กรมวิชาการเกษตร จะเชื่อมงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพืชเข้ากับเทคโนโลยีพลังงาน ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับกรมส่งเสริมการเกษตร จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและขยายผลเทคโนโลยีไปยังกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ
ในขณะที่กรมปศุสัตว์ จะเน้นการจัดการฟาร์มและการนำของเสียจากสัตว์มาใช้ประโยชน์ เช่น ผลิตก๊าซชีวภาพ ส่วน กรมประมง จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านกรมการข้าว จะนำข้อมูลและงานวิจัยด้านการผลิตข้าว มาเชื่อมกับพลังงานทดแทน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และส่งเสริมการทำนา ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“การใช้พลังงานในภาคเกษตรมีบริบทแตกต่างกัน ทั้งพืช ข้าว ปศุสัตว์ และประมง จึงต้องนำความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน เพื่อวางแนวทางและเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับกิจกรรมและพื้นที่ ไม่ใช่ใช้รูปแบบเดียวกับทุกภาคการผลิต โดยแต่ละหน่วยงานจะร่วมกันพิจารณาคัดเลือกพืชเศรษฐกิจ พืชสวน พืชไร่ ข้าว รวมทั้งส่วนพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่การทำปศุสัตว์ และสถานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน”นางสาวนันธิกา กล่าว
นอกจากนี้อีกด้านหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง พพ. กับ สส. หรือกรมโลกร้อน จะร่วมกันเชื่อมการใช้พลังงานที่มีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดย สส. จะสนับสนุนองค์ความรู้ด้านนโยบาย แผน และมาตรการภายใต้ NDC รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลกิจกรรมเพื่อประเมินการปล่อยและการลดก๊าซเรือนกระจก ประเด็นสำคัญคือ การพัฒนาระบบ Measurement, Reporting and Verification (MRV) หรือการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูล
ทั้งนี้เพื่อให้ภาคเกษตรมีข้อมูลที่ใช้ประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกได้ และนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายทั้งระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อผลักดันให้ภาคเกษตรต้องเดินหน้าสองด้านไปพร้อมกัน คือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเห็นผล
โดยทั้ง 8 หน่วยงานจะร่วมเผยแพร่องค์ความรู้ รณรงค์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปี เพื่อเชื่อมงานด้าน “พลังงาน-เกษตร-สิ่งแวดล้อม” เข้าด้วยกัน และวางแนวทางให้ภาคเกษตรไทยเดินหน้าไปสู่ Low Carbon Agriculture ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

