ราคาน้ำมัน-อาหารสำเร็จรูป ดันเงินเฟ้อ ส.ค.69 เพิ่มขึ้น 2.53%

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อ ของไทย เดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 102.67 เพิ่มขึ้น 2.53% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 โดยสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 มีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปี 2568 จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และมีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ร่วมกับการใช้ปฏิบัติการทางทหาร
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการปรับตัวสูงขึ้นของอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ประกอบกับสภาพอากาศมีความแปรปรวนส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้น 1.95% โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 31 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ไน อันดับที่ 3 ของอาเชียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (ติมอร์-เลสเต มาเลเชีย ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว)
สำหรับอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม 2569 ที่เพิ่มขึ้น 2.53% มาจากหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.23% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถตู้วิ่งระหว่างจังหวัด ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว น้ำยารีดผ้า) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (สบู่ถูตัว แชมพู ครีมนวดผม น้ำหอม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส)) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี เสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)
ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 2.99% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ ผักสด (ต้นหอม มะนาว แตงกวา ฟักทอง ผักคะน้า ฟักเขียว ถั่วฝักยาว) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน ฝรั่ง ลำไย ลองกอง แก้วมังกร แตงโม) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น)) และเครื่องประกอบอาหาร (กะปิ น้ำปลา น้ำพริกแกง ซีอิ๊ว) อย่างไรก็ตามมีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ข้าวสารเหนียว มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) มะขามเปียก และอาหารโทรสั่ง(Delivery)
โดยอัตราเงินเฟ้อรวม 8 เดือนของปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.37% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือนสิงหาคม 2569 สูงขึ้น 1.44% เร่งตัวขึ้นจากเดือนกรกาคม 2569 ที่สูงขึ้น 1.34% และรวม 8 เดือนของปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.94% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนกันยายน 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปี 2568 จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ มีปฏิบัติการทางทหาร มีมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปี 2568 และราคาผักสด ผลไม้สด ไข่ไก่ และไก่สด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากผลของอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ
สำหรับปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อทั่วไปลดลง มาจากค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 ปรับลดลงเหลือหน่วยละ 3.86 บาท ต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท และราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลง จากภาวะแข่งขันที่สูงและผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5–2.5% ค่ากลาง 2.0%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

