AOTกางแผนปั๊มรายได้ ดึงเอกชนลงทุน-กลับมาเปิดดิวตี้ฟรี

น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. กล่าวว่า ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ในรอบ 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 หรือเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 605,838 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 0.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนผู้โดยสารรวม 99.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.84% มีรายได้รวม 50,205 ล้านบาท ลดลง 1.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 549.96 ล้านบาท หรือ 3.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการควบคู่กับการเพิ่มรายได้นั้น AOT ได้พิจารณาเพิ่มรูปแบบการให้บริการแบบ Premium Service ซึ่งเป็นบริการช่องทางพิเศษที่ท่าอากาศยานชั้นนำทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อเพิ่มทางเลือก และความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้โดยสาร รวมทั้งช่วยลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสาร
“นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ขาเข้า เพื่อเพิ่มทางเลือกการใช้บริการผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ อีกทั้งเพิ่มแนวทางเพื่อการบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานให้รองรับเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้น” น.ส.ปวีณา กล่าว
น.ส.ปวีณา กล่าวว่า AOT ยังเดินหน้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ AOT ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว โดยขณะนี้มีรายได้เพิ่มจากการพัฒนาพื้นที่ อาทิ การให้เช่าที่ดินแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม ที่จอดรถยนต์ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อีกทั้งแปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้มีเอกชนสนใจลงทุน 3-4 ราย เป็นกลุ่มธุรกิจด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าและบริหารจัดการคลังสินค้า ที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อระบบการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ได้รวดเร็วขึ้น คาดว่าหากเปิดให้บริการจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการส่งออก และนำเข้าสินค้าทางอากาศเหลือเพียง 3 ชั่วโมง
“AOT มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่ดีเยี่ยมในระดับสากล ครอบคลุมทั้งด้านความสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรกับผู้โดยสาร ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริหารท่าอากาศยาน ไปพร้อมกับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-class Aviation Hub) ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของชาติต่อไป” น.ส.ปวีณา กล่าว

