อุตฯอัดงบ 20 ล้านบาทติดอาวุธSMEsไทย ปั้นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 209 ล้านบาท

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมบัญชีกลางได้อนุมัติแผนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี วงเงิน 20,000,000 บาท เพื่อยกระดับขีดความสามารถและศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ครอบคลุม 400 กิจการ 1,000 คน โดยอ้างอิงจากผลสำรวจความต้องการปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พบว่าผู้ประกอบการต้องการพัฒนาด้านการตลาดมากที่สุด (ร้อยละ 33.33) รองลงมาคือด้านการเงิน (ร้อยละ 23.28) เทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรม (ร้อยละ 18.52) มาตรฐาน (ร้อยละ 17.46) โลจิสติกส์ (ร้อยละ 5.82) และสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 1.59) ตามลำดับ
ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว กองทุนฯ จึงได้ขับเคลื่อน 3 โครงการหลัก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 209.56 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.48 เท่าของงบประมาณ โดยประเดิมที่โครงการแรกคือ โครงการเสริมแกร่งธุรกิจ การเงินดีมีทุนหนุนเติบโต (Financial Shield) ใช้วงเงินงบประมาณ 5.86 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน มีผลผลิต 100 กิจการ และ 400 คน สำหรับ SMEs ทุกสาขา (Micro, Small, Medium) ที่ได้รับสินเชื่อหรือต้องการยื่นกู้และสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเงิน ผ่านกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก (วินิจฉัยสถานะทางการเงิน แก้ปัญหาหนี้เบื้องต้น) และการอบรม In-house Training ด้านการเงิน รวมถึงการจัดคลินิกออนไลน์เพื่อเตรียมเอกสารยื่นขอสินเชื่อ โดยมีตัวชี้วัดคือร้อยละ 80 ของกิจการที่ปรึกษามีความสามารถชำระหนี้ดีขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ร้อยละ 10 เข้าถึงแหล่งทุนได้ และร้อยละ 80 มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 48 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.19 เท่าของงบประมาณ
สำหรับโครงการที่ 2 คือ โครงการพัฒนาประสิทธิภาพธุรกิจเพิ่มผลผลิตพิชิตต้นทุน (Productivity Accelerator) ใช้วงเงินงบประมาณ 8.8 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน มีผลผลิต 200 กิจการ และ 400 คน สำหรับ SMEs ทุกสาขา (Micro, Small, Medium) ที่ได้รับสินเชื่อไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือผู้ต้องการเพิ่มผลิตภาพธุรกิจ ผ่านกิจกรรมวินิจฉัยสภาพปัญหาธุรกิจ ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงอบรม In-house Training โดยมีตัวชี้วัดคือร้อยละ 80 ของกิจการที่เข้าร่วมโครงการมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และร้อยละ 80 ของผู้ที่ได้เข้ารับการฝึกอบรมมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 92.32 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.49 เท่าของงบประมาณ
และโครงการที่ 3 คือ โครงการเตรียมพร้อมธุรกิจ ขยายโอกาสยกระดับสู่อนาคต (Global & Future Readiness) ใช้วงเงินงบประมาณ 5.34 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน มีผลผลิต 100 กิจการ และ 200 คน เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพขนาด Small และ Medium ที่รับสินเชื่อไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือต้องการขยายตลาดและทำมาตรฐานสากล ผ่านกิจกรรมอบรม Onsite ด้านการวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กฎระเบียบส่งออก และ ESG, คัดเลือกสถานประกอบการเพื่อรับคำปรึกษาแนะนำเชิงลึก, การให้คำปรึกษาแนะนำแก่สถานประกอบการ, และการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 1 ครั้ง โดยมีตัวชี้วัดคือร้อยละ 80 ของกิจการมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10, ร้อยละ 60 ของกิจการมีความพร้อมในการขยายตลาดใหม่หรือขอรับรองมาตรฐานหรือมีแนวปฏิบัติด้าน ESG และร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 69.24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.97 เท่าของงบประมาณ
พร้อมกันนี้ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการสินเชื่อต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานสำคัญ ดังนี้ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2: ยื่นคำขอ 60,550,000 บาท (5 กิจการ), ผ่านการตรวจเอกสาร 2,774,806,588.04 บาท (244 กิจการ), ผ่านการวิเคราะห์สินเชื่อแล้ว 174,600,000 บาท (14 กิจการ) และอนุมัติสินเชื่อแล้ว 142,154,000 บาท (13 กิจการ)
2.โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2: ยื่นคำขอ 17,000,000 บาท (5 กิจการ), ผ่านการตรวจเอกสาร 468,050,000 บาท (150 กิจการ), ผ่านการวิเคราะห์สินเชื่อแล้ว 20,000,000 บาท (8 กิจการ) และอนุมัติสินเชื่อแล้ว 4,700,000 บาท (4 กิจการ)
3.โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP UP): ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุมัติสินเชื่อ จำนวน 1,031 ราย วงเงินรวม 1,492.61 ล้านบาท, ทำสัญญา 1,027 ราย วงเงิน 1,489.65 ล้านบาท และเบิกจ่ายแล้ว จำนวน 1,016 ราย วงเงินรวม 1,473.19 ล้านบาท
“กระทรวงฯ มุ่งมั่นติดอาวุธทางปัญญาและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามทุกความท้าทาย พร้อมขอให้มั่นใจว่าภาครัฐพร้อมสนับสนุนและเดินหน้าเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมกันฝ่าฟันทุกอุปสรรคและเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง” นายณัฐพล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

