DBD ผนึก สสว. ปั้นร้านอาหารไทยสู่ New S-Curve รับมือการแข่งขัน - ต้นทุนพุ่ง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึก สสว. เดินหน้า เปิดเวที Restaurant Innovation Forum เชื่อมผู้ประกอบการกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และพันธมิตรธุรกิจ ชูโจทย์สำคัญ “อร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องบริหารเป็นใช้เทคโนโลยีเป็น และสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง” เพื่อพลิกธุรกิจร้านอาหารสู่การเติบโตใหม่
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Restaurant Innovation Forum : Business and Tech Matching ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับวุฒิบัตรและโล่รางวัลจากการผ่านการอบรมภายใต้โครงการ “Restaurant New S-Curve พลิกธุรกิจร้านอาหาร สู่การเติบโตใหม่” ทั้งนี้ ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย และมีความเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน ทั้งภาคเกษตร ผู้ผลิตวัตถุดิบ อุตสาหกรรมอาหาร โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว แพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนการจ้างงาน แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ค่าแรง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว และการแข่งขันจากช่องทางออนไลน์ รวมถึง Delivery
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดจากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ประเมินว่า ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มของไทย ปี 2569 จะเติบโตเพียง 2.5% ชะลอลงจาก 4.5% ในปี 2568 ขณะที่การเติบโตส่วนหนึ่งมาจากการปรับขึ้นของราคา แต่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ส่งผลให้กำไรมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะร้านที่มีต้นทุนสูงและต้องแข่งขันด้านราคา ซึ่งวันนี้โจทย์ของธุรกิจร้านอาหารไม่ได้อยู่ที่การทำอาหารให้อร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ว่าทำอย่างไรให้ร้านอยู่รอดและเติบโตภายใต้ต้นทุนที่สูงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ประกอบการต้องรู้จักใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยตัดสินใจ ตั้งแต่การบริหารต้นทุน สต๊อกสินค้า การตลาด ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า
สำหรับโครงการ “Restaurant New S-Curve พลิกธุรกิจร้านอาหาร สู่การเติบโตใหม่” กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารจากการบริหารธุรกิจแบบเดิม สู่การเป็น “Smart Restaurant” ที่สามารถนำองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ การตลาดดิจิทัล การเงิน การวิเคราะห์ต้นทุน และนวัตกรรม มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง โดยหัวใจสำคัญของโครงการคือการช่วยให้ผู้ประกอบการมองธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่ “หลังบ้านสู่หน้าร้าน” ไม่ว่าจะเป็นการลด Food Waste การบริหารสต๊อกและวัตถุดิบ การวางแผนต้นทุน การใช้ระบบดิจิทัลบริหารร้าน การสร้างฐานข้อมูลลูกค้า การทำ Digital Marketing การเพิ่มช่องทางจำหน่าย ตลอดจนการสร้างแบรนด์ และเอกลักษณ์ของร้าน เพื่อให้ทุกส่วนของธุรกิจทำงานร่วมกันและสร้างผลกำไรได้อย่างเป็นระบบ
งาน Restaurant Innovation Forum: Business and Tech Matching ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและเจ้าของธุรกิจร้านอาหารตัวจริง พร้อมอัปเดตเทรนด์และนวัตกรรมธุรกิจอาหารปี 2026 รวมถึงเปิดโอกาสให้พบปะและจับคู่ธุรกิจกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีและพันธมิตรทางธุรกิจ ภายในงานยังมีผู้เชี่ยวชาญและเจ้าของแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง อาทิ คุณเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หรือน้าเน็ก (เจ้าของแบรนด์ NANAKE เก๊กฮวย) คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี (เจ้าของเพจ Torpenguin) คุณรษิกา พาณีวงศ์ (เจ้าของช่อง Softpomz) คุณศุภกิจ ตระกูลกิจเจริญ (เจ้าของร้านนายอ้วนเย็นตาโฟ) คุณสมพงษ์ หว่อธนวัฒน์ (เจ้าของร้านครัวเมืองเว้) คุณชนวีร์ หอมเตย (เจ้าของร้าน Shinkanzen Sushi) คุณจักรรัฐ โชติดำรงค์ (เจ้าของร้านคุ้มสึ) คุณสุทธิลักษณ์ โตกทอง (เจ้าของร้านข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา) และคุณจีรภัทร ศรีทองคำ (เจ้าของร้าน Pasta Ama) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ การบริหารร้าน และการปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่
การดำเนินโครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการ “เสริมแกร่งธุรกิจไทยให้เติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง” โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและมีผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก การสร้างองค์ความรู้และเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจ จะช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือสมัยใหม่ และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจรายเล็กสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งกรมฯ ต้องการให้ผู้ประกอบการนำความรู้จากโครงการไปใช้จริง ไม่ใช่จบเพียงการอบรม แต่ต้องสามารถเปลี่ยนความรู้เป็นแผนธุรกิจ เปลี่ยนแผนธุรกิจเป็นการลงมือทำ และเปลี่ยนการลงมือทำเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างแบรนด์ และขยายตลาด
“จาก ร้านอร่อย สู่ ธุรกิจร้านอาหารอัจฉริยะ” คือ ทิศทางที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยไม่เพียงอยู่รอดท่ามกลางต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่สามารถสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้หลายช่องทาง และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล การสร้าง New S-Curve ให้ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนร้านอาหารให้เป็นธุรกิจเทคโนโลยี แต่คือการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ ผู้ประกอบการรายเล็กก็สามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งใกล้ตัว เช่น การใช้ระบบจัดการร้านและสต๊อก การเก็บข้อมูลลูกค้า การทำคอนเทนต์ออนไลน์ การวิเคราะห์ยอดขายรายเมนู หรือการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงตั้งแต่เริ่มต้น” นายพูนพงษ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

