ปลดล็อกที่ดินรถไฟ สรรเพชญเล็งพัฒนาปั๊มรายได้

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการ Messe Berlin กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยได้เยี่ยมชม Japanese Pavilion บูธของหน่วยงานและผู้ประกอบการระบบรางชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อศึกษาเทคโนโลยี และแสวงหาโอกาสความร่วมมือที่นำมาต่อยอดการพัฒนาระบบรางของไทย ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี เพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
คณะผู้แทนไทยได้เยี่ยมชมบูธองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ซึ่งมีประสบการณ์สนับสนุนโครงการระบบราง 40 ประเทศทั่วโลก พร้อมหารือแนวทางสนับสนุนการศึกษารูปแบบการบำรุงรักษารถไฟชานเมืองสายสีแดง เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งาน ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดย JICA มีแนวทางสนับสนุนการพัฒนาระบบรางหลายรูปแบบ ทั้งทางวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี เงินทุนระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสามารถนำมาพิจารณาให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศไทยในแต่ละโครงการ
คณะยังได้เยี่ยมชมบูธ Hitachi เพื่อศึกษานวัตกรรมระบบราง พร้อมหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยกับ Hitachi จากความร่วมมือที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ไปสู่ความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการบำรุงรักษาระบบรางของไทยในอนาคต
คณะยังศึกษารูปแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ TOD จาก Hankyu Corporation ผู้ประกอบการรถไฟเอกชนในญี่ปุ่น ซึ่งพัฒนาสถานีรถไฟควบคู่กับที่อยู่อาศัย สำนักงาน ศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่สาธารณะ โดยรายได้ของบริษัทมาจากธุรกิจรถไฟ 17% และธุรกิจนอกระบบราง 83%
รูปแบบของ Hankyu เริ่มจากการนำที่ดินที่บริษัทมีอยู่เดิมมาพัฒนา พร้อมเจรจาซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากประชาชนโดยสมัครใจเพื่อให้เกิดพื้นที่ TOD ที่เชื่อมโยงกัน โดยไม่ได้ใช้กระบวนการเวนคืน ส่งผลให้สถานีรถไฟเป็นทั้งศูนย์กลางการเดินทาง การอยู่อาศัย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร สร้างรายได้กลับมาสนับสนุนกิจการรถไฟ และยกระดับมูลค่าพื้นที่โดยรอบในระยะยาว
คณะยังได้เยี่ยมชมบูธ East Japan Railway Company หรือ JR East ซึ่งเป็นทั้งผู้พัฒนาและผู้ให้บริการเดินรถไฟรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดย JR East สนใจร่วมศึกษาหรือแสวงหาแนวทางความร่วมมือกับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ รฟท. เพื่อนำประสบการณ์ด้านการเดินรถ การบริหารสถานี และการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมาต่อยอดพื้นที่ศักยภาพของ รฟท.
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้มีการพูดคุย คือโครงการพัฒนาย่านสถานีรถไฟธนบุรีสู่ “เมืองแห่งการแพทย์” หรือ Medical District บนพื้นที่ของ รฟท. 148 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช โดยมีแนวคิดพัฒนาระยะแรก 22 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการสุขภาพครบวงจร ประกอบด้วย ศูนย์สนับสนุนการแพทย์ ที่พักบุคลากรทางการแพทย์ ที่พักผู้ป่วยพักฟื้นและญาติ พื้นที่วิจัยและนวัตกรรมสุขภาพ พื้นที่สีเขียวเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ และพื้นที่บริการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทางการแพทย์
นายสรรเพชญ กล่าวว่า เป้าหมายของการเข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 คือ การนำองค์ความรู้และโอกาสความร่วมมือกลับมาสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะการลดต้นทุนและยกระดับมาตรฐานการบำรุงรักษาระบบราง การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาคุณภาพบริการประชาชน และการปลดล็อกศักยภาพที่ดินของ รฟท. ให้สามารถสร้างรายได้และพัฒนาเมืองควบคู่กันไป
“พื้นที่ของ รฟท. หลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ หากพัฒนาให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่ง ที่อยู่อาศัย การแพทย์ การค้า และบริการสาธารณะ จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร สร้างรายได้ใหม่ให้กิจการรถไฟ และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มที่ หลังจากนี้จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำผลจากการหารือไปศึกษาต่อยอดให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศไทยต่อไป” นายสรรเพชญกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

