ขยายLand Stock รับคลื่นลงทุนทะลักเข้าไทย

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า การขายและจองที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกวาดยอดขายพื้นที่รวม 6,000 ไร่ เป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ตอบโจทย์การดำเนินนโยบายลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร แปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะนักลงทุนจากยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น
“คาดว่าเมื่อจบปีงบประมาณจะผลักดันยอดขายรวมบรรลุเป้าหมายที่ 7,000 ไร่ได้สำเร็จ โดยมีกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจีน ยุโรป และชาติอื่นๆ เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ได้แก่ Data Center , โลจิสติกส์ , เกษตร และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)” นายสุเมธ กล่าว
สำหรับ 3 ไตรมาสแรกปี 2569 สัญชาติที่มีการลงทุนสูงสุด รวมสัญชาติไทย แบ่งเป็น 1.สิงคโปร์ 2.ไทย 3.ฮ่องกง 4.สวิตเซอร์แลนด์ 5.เนเธอร์แลนด์ และ 6.จีน กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูงสุดของปี 2569 แบ่งเป็น 1.กิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม 2.ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 3.อุตสาหกรรมอาหาร 4.ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์ รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ และ 5.เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี
นายสุเมธ กล่าวว่า จากอัตราการเติบโตและการขายที่ดินที่สูงถึงปีละกว่า 7,000 ไร่ ส่งผลให้ที่ดินสะสม (Land Stock) ของ กนอ.เหลือ 20,000 ไร่ จึงวางยุทธศาสตร์เร่งอัดฉีดและขยาย Land Stock เพิ่มเติมขึ้นไปแตะระดับ 30,000-40,000 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ลงทุนยุคใหม่
“แม้โรงงานไฮเทครุ่นใหม่จะใช้ขนาดพื้นที่ลดลง เนื่องจากพัฒนาการทางเทคโนโลยี แต่ กนอ.ได้ปรับสัดส่วนพื้นที่ เพื่อรองรับกิจกรรมต่อเนื่องภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม สอดรับกับยอดคำขอส่งเสริมการลงทุน FDI ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท คาดว่าจะแปลงเป็นเม็ดเงินลงทุนจริงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้นับล้านล้านบาท” นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธ กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดขณะนี้ คือ ความต้องการพื้นที่สำหรับกลุ่มธุรกิจ Data Center ซึ่งมีการแจ้งความจำนงและยอดจองพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกือบ 3,000 ไร่ ยื่นขออนุญาตผ่านองค์กรกำกับดูแล (Regulator) 60-70 โครงการ หาก Regulator ออกหลักเกณฑ์มาตรฐานค่าไฟฟ้า และโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ชัดเจนแล้ว กว่า 90% ของผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะเข้าปักหลักลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทันที
นายสุเมธ กล่าวว่า กนอ. ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ (New Utilities) โดยการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนด้านพลังงานและสาธารณูปโภคทดแทนการที่ กนอ. จะต้องลงทุนเองทั้งหมด รวมถึงโครงการความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ในการพัฒนา Smart Park สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Utility) และดึงเทคโนโลยีการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) มาใช้ คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนสะพัดในพื้นที่นับแสนล้านบาท
นายสุเมธ กล่าวว่า ขณะที่ด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบภาคอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สรุปแผนการจัดตั้งนิคม Circular เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. (บอร์ด กนอ.) แล้ว ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ปลายทาง เช่น โทรศัพท์มือถือ อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ กนอ.ยังวางมาตรการเชิงรุกในการดึงกลุ่มโรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือโรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้เข้ามาอยู่ในระบบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมาตรการควบคุมมลพิษให้ได้มาตรฐานสากลที่เข้มงวดกว่าภายนอก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

