คาดพิษฝนถล่ม3วัน พังหมื่นล้าน การค้าไทยประเมิน ฉุดจีดีพีร่วมอีก0.05% ปชช.งดออกจากบ้าน

คาดพิษฝนถล่ม3วัน
พังหมื่นล้าน
การค้าไทยประเมิน
ฉุดจีดีพีร่วมอีก0.05%
ปชช.งดออกจากบ้าน
หอการค้าไทยผวาพิษน้ำท่วม พังเศรษฐกิจ1หมื่นล้าน คาดจมน้ำ3วัน ฉุดจีดีพีร่วง0.05%เหตุประชาชนงดเดินทาง ใช้จ่ายศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ลดลง ห้างสินค้ายอดขายตก รวมถึงป็มน้ำมันขาดได้ลดลง แต่ไม่ส่งกระทบเศรษฐกิจในภาพรวมรัฐบาลย้ำสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ขอปชช.อย่าตื่นตระหนก เตือนกักตุนสินค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษจำคุกไม่เกิน7ปี ปรับไม่เกิน140,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากปัญหาน้ำท่วมว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ 21 จังหวัด คาดว่าจะส่งผลทำให้การเดินทางของประชาชนน้อยลง ส่งให้มูลค่าการจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ลดลงและห้างบางแห่งในกรุงเทพมหานครประสบภัยน้ำท่วมทำให้ยอดขายลดลง ขณะที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงก็อาจได้รับผลกระทบเรื่องของปริมาณการขายด้วย
“คาดการณ์ความเสียหายที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น 3วัน คือระหว่างวันที่ 25-27ก.ย. คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศเสียหายราว 1หมื่นล้านบาท ฉุดจีดีพีลดลงเพียง 0.05% ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากคาดว่าในเขตพื้นที่กรุงเทพมาหนครและปริมณฑลอาจจะเกิดปัญหาระยะสั้นเพียง 3 วัน แต่ในส่วนของต่างจังหวัดอาจเกิดปัญหานานกว่าราว3-7วัน ”
ทั้งนี้ สามารถแบ่งผลกระทบออกเป็น3 ส่วนดังนี้ 1.พื้นที่กรุงเทพมหานครราว 2-3 พันล้านบาท 2.พื้นที่ปริมณฑล1-2พันล้านบาท และพื้นที่ต่างจังหวัดรวม 16จังหวัด ราว 2- 5พันล้านบาท
ด้าน นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ เปิดเผย จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาความร่วมมือเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกด้าน ๆ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน จะต้องมีอย่างเพียงพอ ร้านค้าผู้ประกอบการจะต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมาย
“รัฐบาลขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้าหรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ทั้งนี้ ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ซึ่งจากการตรวจสอบของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ และยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยกรมการค้าภายได้เร่งประสานผู้ผลิต ห้างค้าส่ง ค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ สำรวจสต๊อกสินค้าในแต่ละสาขา เพิ่มรอบเติมสินค้า และเร่งกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูง หลังบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้การขนส่งและการเข้าถึงสาขาทำได้ช้ากว่าปกติ หากพบสินค้าขาดหรือไม่เพียงพอ ราคาสินค้าไม่เป็นธรรม หรือพบการกักตุน/ฉวยโอกาส แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

