เคาะมาตราช่วยSME พักหนี้12ด. ฝ่าสถานการณ์น้ำท่วม ส.อ.ท.ชี้แนะ5แนวทาง ภาคอุตฯรับผลกระทบ

เคาะมาตราช่วยSME
พักหนี้12ด.
ฝ่าสถานการณ์น้ำท่วม
ส.อ.ท.ชี้แนะ5แนวทาง
ภาคอุตฯรับผลกระทบ
ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ‘วราวุธ’สั่งการ SME D Bank ออกมาตรการช่วย SME ประสบภัยน้ำท่วมให้พักหนี้ยาว12 เดือน พร้อมเติมทุนฉุกเฉินขณะที่ ส.อ.ท.ชี้5แนวทางภาคอุตฯรับมือสถานการณ์ส่วนพาณิชย์ถกห้าง-ร้านค้า-ตลาดสด เร่งเติมสินค้า-จับตาราคาผัก
กรณีที่หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยเนื่องจากฝนตกหนัก ในหลายภูมิภาค ภาคกลาง ภาคตะวันออก โดยเฉพาะ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม การดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 นายวราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จึงได้สั่งการให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในเร็ววัน
ทางด้านนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank รายงานว่า SME D Bank ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ได้แก่ มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนดเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรงที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉินนำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี (MLR = 7.05%ต่อปี) ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม
ลดกระบวนการนำส่งเอกสารเพื่อเร่งรัดช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง
นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท 2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเหล่านี้เป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ ,LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
ขณะที่นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้กล่าวส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังประชาชน ผู้ประกอบการ และแรงงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
สำหรับภาคอุตสาหกรรม สถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การเดินทางของแรงงาน การขนส่งและส่งมอบสินค้า ไปจนถึงเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า คลังสินค้า และสินค้าคงคลัง ส.อ.ท. จึงขอให้ผู้ประกอบการเร่งประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมใน 5 ด้านสำคัญ 1. ความปลอดภัยของบุคลากรและสถานประกอบการตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร และอุปกรณ์สำคัญ พร้อมเตรียมมาตรการป้องกันและแผนอพยพ โดยยึดความปลอดภัยของพนักงานเป็นหลัก2. ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity)เตรียมแผนรองรับกรณีการผลิตหรือขนส่งหยุดชะงัก รวมถึงรูปแบบการทำงาน สถานที่ผลิตหรือคลังสินค้าสำรอง เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็ว
3. การบริหารความเสี่ยงของ Supply Chainประเมินความพร้อมของวัตถุดิบ การส่งมอบสินค้าและเส้นทางขนส่ง พร้อมเตรียมเส้นทางและผู้ให้บริการทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงัก 4.การดูแลแรงงานอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์พิจารณาปรับเวลาหรือรูปแบบการทำงาน รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นอยู่เป็นสำคัญและ5. การฟื้นฟูและกลับสู่ภาวะปกติ (Recovery)ประเมินความเสียหายและจัดลำดับการฟื้นฟูเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า อาคาร วัตถุดิบ และกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ขอเชิญชวนสมาชิกและผู้ประกอบการที่มีความพร้อมร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามศักยภาพ อาทิ การเปิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับจอดรถ การสนับสนุนสิ่งของจำเป็น หรือความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ส.อ.ท. พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รับฟังและรวบรวมปัญหาจากสมาชิกและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด พร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้สามารถรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน และฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว
ขณะที่นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้หารือผู้ประกอบการและผู้แทนจากช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ ทั้งห้างโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดกลาง และห้างท้องถิ่น เพื่อติดตามการเปิดให้บริการ ปริมาณสินค้า ตลอดจนการขนส่งและกระจายสินค้า
หลังสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อประชาชนในบางพื้นที่และมีการซื้อสินค้าเพื่อสำรองเพิ่มขึ้น จากการหารือพบว่า ภาพรวมระบบค้าปลีกและค้าส่งยังดำเนินการได้ต่อเนื่อง ห้างโมเดิร์นเทรดยังเติมสินค้าเข้าสู่ระบบได้ตามปกติ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อบางจุดในพื้นที่บางกะปิ มีนบุรี และรังสิต ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการขนส่ง ทำให้บางสาขาไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ส่วนตลาดสดและตลาดกลางส่วนใหญ่ยังเปิดให้บริการและมีสินค้าจำหน่าย แต่อาจได้รับผลกระทบบางส่วนจากจำนวนพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่เดินทางเข้าตลาดลดลงเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ขนส่งและการเปิด-ปิดของแต่ละพื้นที่ เพื่อเข้าไปสนับสนุนและแก้ไขปัญหา
นายวิทยากร กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้มีเพียงพอต่อความต้องการ ไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนในพื้นที่ได้รับผลกระทบด้านราคาสินค้า ขณะนี้ต้องเฝ้าระวังกลุ่มผักใบอ่อน โดยเฉพาะผักชี ขึ้นฉ่าย และตั้งโอ๋ ซึ่งราคาปรับสูงขึ้น ขณะที่กะหล่ำปลี มะเขือเทศ และแตงกวา ราคาปรับลดลง กรมฯ จะติดตามทั้งปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ และการขนส่ง เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาและการบริโภคของประชาชน
สำหรับเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 10-18 ต.ค. 2569 เบื้องต้นประเมินว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในระดับที่กระทบพื้นที่เพาะปลูกและเส้นทางขนส่งยังสามารถบริหารจัดการสินค้าได้ และไม่น่ากระทบปริมาณผักที่ใช้ในช่วงเทศกาล แต่จะติดตามสถานการณ์เพื่อเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
นายวิทยากร กล่าวว่า กรมการค้าภายในจะเร่งเชื่อมโยงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดสดและตลาดกลาง โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผัก เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามปริมาณและตรวจสอบราคา ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาและเอาเปรียบผู้บริโภค นอกจากนี้ จะประสานห้างโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดกลาง และห้างท้องถิ่นให้แจ้งข้อมูลการเปิด-ปิดร้านและสาขาในแต่ละพื้นที่เพื่อให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและเลือกซื้อสินค้าพร้อมสนับสนุนการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ
กรมการค้าภายในยืนยันว่าจะติดตามปริมาณสินค้า การกระจายสินค้า และราคาอย่างใกล้ชิด หากพื้นที่ใดมีสินค้าไม่เพียงพอ มีปัญหาการกระจายสินค้า หรือพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งประสานแก้ไขปัญหา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

