อัพเป้าส่งออกปี’69โต14.3% รับแรงส่งวัฏจักรเทคโนโลยีขยายตัว

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ระบุ Krungthai COMPASS ได้ปรับประมาณการส่งออกไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 14.3% จากเดิม 9.5% ตามแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีที่ขยายตัวสูง ทั้งนี้เมื่อมองไปข้างหน้ามีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ 1.การส่งออกที่เติบโตสูงได้รับอานิสงส์หลักจากสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยการส่งออกเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวเร่งขึ้น 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จากแรงขับเคลื่อนของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี และอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ อาทิ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ดัชนีการส่งออกล่าสุดเมื่อเทียบกับปีฐาน 2567 พุ่งสู่ระดับ 327 สะท้อนแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยี ขาขึ้นที่ยังเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสินค้ากลุ่มดังกล่าว ซึ่งแตะระดับสูงถึง 128
อย่างไรก็ดีภาคการส่งออกและการผลิตกลุ่มอื่น อาทิ กลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนและกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ยังคงทรงตัวและเผชิญแรงกดดัน สะท้อนการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง และการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ (value capturing) ที่มีอยู่อย่างจำกัดจากสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศต่ำ (low local content)
2.ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพด้านต่างประเทศ แม้ภาคการส่งออกจะเติบโต แต่ภาพรวมของดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) ล่าสุดในเดือนกรกฎาคมยังอยู่ในทิศทางติดลบติดต่อกัน 5 เดือน ปัจจัยหลักจากมูลค่าการนำเข้าที่อยู่ในระดับสูง โดยตั้งแต่ต้นปี (มกราคม-สิงหาคม) การนำเข้าสินค้าทุน (Capital Goods) เทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2568 เติบโต 34.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี
ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพื่อการผลิตส่งออก (Export-oriented) ขยายตัวถึง 51.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ประกอบกับไทยต้องเผชิญปัจจัยลบจากรายได้สุทธิด้านบริการที่ติดลบจากปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวช้า
ทั้งนี้เมื่อมองไปข้างหน้า เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทย เสี่ยงประสบกับความเปราะบางมากขึ้น จากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับปัจจัยลบจากค่าใช้จ่ายเดินทางที่สูงขึ้น ประกอบกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ตามความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งจะกดดันต้นทุนการนำเข้าพลังงานและกระทบต่อฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดต่อไป
สำหรับมูลค่าส่งออกเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 24.9% ทั้งนี้หากไม่รวมทองคำ มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนผ่านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 29 ในขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรกลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือนที่ 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
โดยการส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 48.7% ต่อเนื่อง 35 เดือน ปัจจัยหลักจากการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตดี ขณะที่ตะวันออกกลาง ลดลง 7.8% และเอเชียใต้ ลดลง 11.4% ยังคงหดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน
ส่วนมูลค่าการนำเข้าเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 37,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 25.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 31.4% จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องจักรกล ด้านดุลการค้าเดือนสิงหาคม 2569 ขาดดุล 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลต่อเนื่อง 11 เดือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

