AWC จัดตั้งกองทรัสต์ AWR มูลค่าลงทุนเริ่มต้น 51,388 ล้าน

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า AWC ได้เปิดโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืน (AWC’s Integrated Sustainable Growth Platform) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่จะเชื่อมโยงศักยภาพการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทย เข้ากับการสร้างผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนา และการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับผู้ลงทุน
โดยโมเดลนี้ AWC จะทำหน้าที่เป็น “Development Engine” ตั้งแต่การเลือกทำเล ออกแบบ ลงทุนพัฒนา ก่อสร้าง และสรรหาพันธมิตรจนโครงการสร้างรายได้ ขณะที่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (AWC Lifestyle Property Real Estate Investment Trust) หรือ AWR มุ่งลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพที่ผ่านการพัฒนาและสร้างรายได้แล้ว มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจที่หลากหลาย เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ควบคู่กับโอกาสการเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว (Value Appreciation)
“โมเดลดังกล่าว AWC สามารถสร้างผลตอบแทนรวม (Total Return) จากสินทรัพย์ที่พัฒนาแล้วให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการเติบโตของธุรกิจและการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดย AWR จะมีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท ซึ่งโมเดลนี้เป็นการผสานฐานรายได้ค่าเช่าเชิงพาณิชย์ที่มั่นคงเข้ากับรายได้จากธุรกิจโรงแรม การกระจายรายได้ระหว่างธุรกิจโรงแรมและอาคารพาณิชย์ ช่วยให้พอร์ตรับมือกับวัฏจักรเศรษฐกิจได้ดีและมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง”นางวัลลภา กล่าว
ทั้งนี้ AWR มี 3 กลไกหลักในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งทั้ง 3 กลไกจะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ต และสนับสนุนเป้าหมายของ AWR ในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอและการเติบโตในระยะยาว ได้แก่ 1.Performance Growth-เติบโตมั่นคง : การเติบโตจากผลการดำเนินงาน โดยทรัพย์สินทั้ง 5 แห่ง มี EBITDA เติบโต 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ,2.Appreciation Growth-เติบโตต่อเนื่อง : มูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นจากการถือกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในทรัพย์สินคุณภาพ 5 แห่ง บนทำเลศักยภาพที่มีอยู่อย่างจำกัดและไม่อาจสร้างขึ้นใหม่ได้
3.Acquisition Growth-เติบโตก้าวกระโดด : การขยายพอร์ตจากทรัพย์สินเริ่มต้น 5 แห่ง สู่สินทรัพย์ 9 แห่ง ที่ AWC คัดเลือกไว้ให้ AWR พิจารณาลงทุน พร้อมโครงการอีก 48 แห่งในพอร์ตปัจจุบันของ AWC และในอนาคต ภายใต้สิทธิในการปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal: ROFR) และโอกาสในการเข้าลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพจากตลาด
โดย AWR จะเป็น Freehold REIT ขนาดใหญ่ที่สุดที่พร้อมขยายการเติบโต รองรับผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดทุนไทย ผ่านพอร์ตทรัพย์สินเริ่มต้น 5 แห่ง ได้แก่ 1.“ดิ เอ็มไพร์”แลนด์มาร์กสูง 58 ชั้นใจกลางย่านสาทร ได้รับการพัฒนาให้ผสานอาคารสำนักงานเกรดเอเข้ากับประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเวลเนสไว้ในจุดหมายเดียว มีพื้นที่เช่า 158,021 ตารางเมตร และจำนวนผู้เช่ากว่า 200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม มีอัตราการต่อสัญญาของผู้เช่าสูงถึง 99%
2.“บันยันทรี เกาะสมุย” รีสอร์ตเวลเนสระดับอัลตราลักชัวรี ประกอบด้วย พูลวิลล่าส่วนตัว 88 หลัง โดยในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา มี RevPAR CAGR 9.6% และ EBITDA CAGR 11% เติบโตอย่างต่อเนื่อง 3. “บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท” รีสอร์ตลักชัวรี บนหาดทับแขก ริมชายฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ห้องสวีทและวิลล่าวิวทะเล 72 ห้อง ช่วง 5 ปีที่ผ่านมามี RevPAR CAGR 12.9% และ EBITDA CAGR 21.7%
4.“มีเลีย เกาะสมุย” รีสอร์ตลักชัวรีริมชายหาดเชิงมนขนาด 200 ห้องพัก ภายใต้การบริหารของ Meliá แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก ซึ่งช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสร้าง RevPAR CAGR 23.5% และ EBITDA CAGR 22.7% 5. “พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา” รีสอร์ตริมชายหาดจอมเทียนขนาด 287 ห้องพัก ซึ่งได้รับการ Repositioning ใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ภายใต้แบรนด์ Marriott โดยมี RevPAR เติบโต 150% หลังเปิดดำเนินงานเพียง 1 ปี
ทั้งนี้ AWR บริหารโดยบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ซึ่งหน่วยทรัสต์จะจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนอย่างน้อย 72% และ AWC จะถือไม่เกิน 28% เพื่อให้ผลประโยชน์ของ AWC สอดคล้องกับผู้ถือหน่วยทรัสต์ (Alignment of Interest) รวมถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการระดับมาตรฐาน โดยคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอิสระกว่า 60% และกรรมการอิสระได้รับการแต่งตั้งร่วมจาก Trustee เพื่อดูแลคุณค่าให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์

