ASW โชว์ยอดขายสุดแกร่ง 9 เดือนปี’69 พุ่งแตะกว่า 15,287 ล้าน

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ บริษัทยังสามารถรักษาความแข็งแกร่ง ทำยอดขายสะสมจากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมในช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) ได้ทั้งหมดกว่า 15,287 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% ของเป้าหมายยอดขาย 18,500 ล้านบาท
โดยปัจจัยสนับสนุนยอดขายในช่วงไตรมาส 3/2569 มาจากโครงการเปิดใหม่ เช่น โครงการ “วินน์ บางมด-ประชาอุทิศ” มูลค่า 500 ล้านบาท ทำยอดจองได้กว่า 50% ตั้งแต่ช่วงแรกของการเปิดตัว รวมถึงแคมเปญ “Campus Condo รังสิตแจกใหญ่พร้อมอยู่พร้อมย้าย” ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักศึกษา ผู้ปกครอง นักลงทุน และ First Jobber ในย่านรังสิต สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของดีมานด์ในทำเลใกล้สถานศึกษา
ในขณะเดียวกันช่วง 9 เดือนของปี 2569 บริษัทสามารถเดินหน้าธุรกิจได้ตามแผนส่วนใหญ่ที่วางไว้ ทั้งการเปิดโครงการใหม่และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการสร้างเสร็จ แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ยังมีแรงหนุนจากมาตรการรัฐ และการลดดอกเบี้ยนโยบาย ที่ช่วยลดภาระการผ่อนของผู้บริโภค โดยโครงการที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง คือกลุ่มแคมปัสคอนโด และคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าของบริษัท ที่ยังคงครองใจกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุน ด้วยจุดแข็งด้านส่วนกลางกับฟังก์ชันที่ตรงใจ และทำเลที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในราคาเข้าถึงได้ ตลอดจนความเชื่อมั่นไว้วางใจจากลูกค้าในด้านคุณภาพโครงการ การส่งมอบงานตรงตามกำหนด รวมถึงการดูแลลูกบ้านและบริการหลังการขายที่เข้าถึงได้
สำหรับในช่วงไตรมาส 4/2569 คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านทำเลที่อยู่อาศัยในระยะสั้น ซึ่งบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกลูกบ้าน รวมถึงชุมชนโดยรอบอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันแม้ต้องจับตามองปัจจัยกดดันด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีแรงหนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ
โดยเฉพาะภูเก็ต ซึ่งเป็น World Destination ที่ช่วง High Season ปี 2569 ได้รับอานิสงส์จากการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินตรงใหม่จากยุโรป ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตามข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ตมากที่สุดยังคงนำโดยรัสเซีย จีน อินเดีย และยุโรป เป็นกลุ่มกำลังซื้อศักยภาพสูงที่มีความต้องการบ้านหลังที่สอง (Second Home) และการพักอาศัยระยะยาว (Long-Stay) ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาด Leisure Residences
ทั้งนี้บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 ตามแผนที่ประกาศไว้ แต่จะมีการพิจารณาปรับแผนการเปิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งให้รอติดตาม โดยในเร็วๆ นี้ เตรียมเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงาร“เคฟ บลูม เกษตร” แคมปัสคอนโดใกล้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท ควบคู่กับโฟกัสการเปิดโครงการ Leisure Residence ในภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ นำโดยโครงการไฮไลท์อย่าง “เดอะ ฟิซซ์ กะตะ” โครงการคอนโดมิเนียมแห่งที่ 2 บนทำเลหาดกะตะ มูลค่ารวม 1,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “เดอะ คาตาเบลโล” พร้อมกับขยายทำเลไปยังหาดกะรนเป็นครั้งแรก ด้วยโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี “เดอะ ควอทซ์ กะรน” มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนยอดขายในช่วงปลายปี 2569
“ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต บริษัทจึงเตรียมความพร้อมทั้งโครงการพร้อมอยู่ และการเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อรองรับดีมานด์ของลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงปลายปี ประกอบกับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากโครงการ Leisure Residence ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เช่น โครงการ “เบียงกาน่า สุรินทร์” บริษัทจึงอาจจะพิจารณาขยายการลงทุนเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมในภูเก็ต ซึ่งมีโครงการไฮไลท์ที่พร้อมเตรียมเปิดใน High Season นี้แล้ว และมั่นใจว่าด้วยศักยภาพของตลาดภูเก็ต ควบคู่กับการบริหารจัดการ Inventory อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนยอดขายของบริษัทให้ได้ตามเป้าหมาย 18,500 ล้านบาท อย่างแน่นอน”นายกรมเชษฐ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

