ICI อีก 3 เดือนยัง‘ร้อนแรง’ จับตาเงินทุนไหลเข้า-มาตรการรัฐ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ผลสำรวจในเดือนกันยายน 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 กันยายน 2569) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 148.72 นักลงทุนมองว่าการไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความผันผวนของค่าเงินบาท
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) สำรวจในเดือนกันยายน 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้ 1.ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ธันวาคม 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 148.72 ,2.ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลและนักลงทุนกลุ่มสถาบันในประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่ความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
3.หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) ,4.หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP) ,5.ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน ,6.ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ในขณะที่ผลสำรวจ ณ เดือนกันยายน 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับลดลง 4.1% อยู่ที่ระดับ 112.93 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลด 11.6% อยู่ที่ระดับ 137.50 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 9.8% อยู่ที่ระดับ 118.75 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลด 12.5% อยู่ที่ระดับ 175.00
ส่วนดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนใน AI และ Data Center ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของเดือนเผชิญความกังวลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความกังวลต่อผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในประเทศ
ส่งผลให้ SET Index ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 1,559.01 จุดปรับตัวลด 2.27% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 70,151 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 26,328 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 24,856 ล้านบาท
ด้านปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาดหรืออาจปรับขึ้นเพิ่มเติม การดำเนินการตามข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และตะวันออกกลางที่อาจกดดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อ
สำหรับปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ แนวโน้มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความสามารถในการผลักดันนโยบายของรัฐบาล รวมถึงพัฒนาการด้านการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ความคืบหน้าการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Data Center ตลอดจนผลกระทบและความเสี่ยงของสถานการณ์อุทกภัยต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทาน

