เร่งเติมสินค้าพื้นที่น้ำท่วม ศุภจีสั่งด่วน ส่งรถพุ่มพวงเข้าชุมชน

เร่งเติมสินค้าพื้นที่น้ำท่วม
ศุภจีสั่งด่วน
ส่งรถพุ่มพวงเข้าชุมชน
ขอผู้ผลิตตรึงราคาไข่ไก่
รมว.พาณิชย์เร่งแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลนผลจากน้ำท่วมโดยเฉพาะ ไข่-ผัก สั่งระดมจากแหล่งผลิตน้ำไม่ท่วมเข้าตลาดขายส่ง เพื่อกระจายสินค้า พร้อมประสานรถใหญ่–กลาโหมขนของเข้าจุดลึก สั่งเข้มคุมราคา เจอฉวยโอกาสแจ้ง 1569 ได้ทันที เล็งใช้รถพุ่มพวงนำสินค้าราคาประหยัดเข้าชุมชน ด้าน“กรมการค้าภายใน” เร่งแก้ปัญหาผัก-ไข่ขาดตลาดหลังน้ำท่วม ตรึงราคาไข่ไก่ 4 บาท
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการดูแลประชาชนช่วงน้ำท่วมว่า ขณะนี้ผักใบในหลายพื้นที่เริ่มขาดแคลนจากแหล่งผลิตได้รับผลกระทบ จึงเร่งเชื่อมผลผลิตเข้าสู่ตลาดกลางเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะประสานนำผักจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดศรีเมือง ตลาดไท และกระจายต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนจุดที่การเดินทางเข้าถึงยากจะประสานรถขนาดใหญ่ รวมถึงกระทรวงกลาโหมช่วยลำเลียงสินค้า เพื่อให้ของจำเป็นเข้าไปถึงประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมให้มากที่สุด
พณ.เร่งเติมผัก-ไข่พื้นที่น้ำท่วม
นางศุภจี กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนกลางตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ให้พาณิชย์จังหวัดทำงานใกล้ชิดกับผู้ว่าราชการจังหวัด รายงานปัญหาและสินค้าที่ขาดแคลนในแต่ละพื้นที่เข้าส่วนกลางทันที โดยก่อนหน้านี้ได้เร่งนำถุงยังชีพและสินค้าอุปโภคบริโภคลงช่วยประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว ด้านกรมการค้าภายในตั้งวอร์รูมประสานผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และศูนย์กระจายสินค้าของห้างต่างๆ เพื่อตรวจสต๊อกและระบบเติมสินค้า หากพบพื้นที่ใดขาดแคลนจะเร่งเชื่อมสินค้าจากผู้ผลิตเข้าไปเติม ขณะเดียวกันสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจป้ายราคา และป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาอย่างเข้มงวด
สำหรับไข่ไก่ หลังมีข้อร้องเรียนว่าบางพื้นที่ราคาเพิ่มขึ้น กระทรวงฯเรียกผู้เลี้ยง ผู้รวบรวม เกษตรกร ผู้ค้าปลีก–ค้าส่ง และหน่วยงานปศุสัตว์มาประเมินปริมาณร่วมกัน พร้อมขอให้รายงานข้อมูลถี่ขึ้น เพื่อให้เห็นความต้องการและปริมาณสินค้าในแต่ละพื้นที่ได้เร็วกว่าเดิม พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ชะลอการส่งออกไข่ไก่ประมาณ 30–50% และเลื่อนการส่งออกออกไป 2–3 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาณสำหรับตลาดในประเทศในช่วงที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากจุดใดยังมีของไม่เพียงพอ กรมการค้าภายในจะเร่งเติมสินค้าเข้าไปทันที
เล็งใช้รถพุ่มพวงธงฟ้าเข้าชุมชน
นางศุภจีกล่าวด้วยว่า หากประชาชนพบร้านค้าไม่ติดป้ายแสดงราคา ขายสินค้าเกินราคา หรือฉวยโอกาสช่วงสถานการณ์น้ำท่วม สามารถแจ้ง สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ทันที โดยเตรียมเจ้าหน้าที่รับเรื่องและตรวจสอบในพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนข้อเสนอให้นำรถพุ่มพวง เข้าไปช่วยประชาชนในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมจนเดินทางออกมาซื้อสินค้าไม่ได้นั้น แนวคิดของรถพุ่มพวงตั้งแต่ต้นคือการนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดเข้าไปยังพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงสินค้าได้ยาก จึงมีประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือว่าจะนำรถพุ่มพวงหรือรูปแบบการกระจายสินค้าอื่นเข้าไปถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างไร เป้าหมายสำคัญคือ ให้ประชาชนมีสินค้าจำเป็นเพียงพอ เข้าถึงสินค้าได้ และไม่ถูกซ้ำเติมด้วยราคาที่สูงผิดปกติในช่วงน้ำท่วม
คน.เร่งแก้ปัญหาผักขาดตลาด
ด้านนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์แถลงข่าวประจำวันของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ กรมการค้าภายในจะดูแลราคาสินค้าและบริการให้เกิดความเป็นธรรม และจากกรณีบางพื้นที่ที่ปลูกผักได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ฉะเชิงเทรา ทำให้ปริมาณผักในตลาดลดลงจำนวนมาก สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการคือ ทำงานเชื่อมโยงกับตลาดสด ตลาดกลาง ตลาดค้าส่ง ค้าปลีก ช่วยนำผักในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น จ.เพชรบูรณ์ นครราชสีมาบางพื้นที่ ส่งมายังตลาดสด ตลาดกลางที่อยู่กทม. และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อกระจายผักไปยังร้านค้าปลีกและห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดำเนินการทำให้ราคาผักอ่อนตัวลง และจะดำเนินการต่อเนื่องไปถึงช่วงเทศกาลกินเจที่จะเข้าถึงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อให้ราคาผักกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มฟองละ4บ.
นายจิรวุฒิ กล่าวว่า ส่วนไข่ไก่ โดยเฉพาะฟาร์มไข่ไก่ที่ จ.ฉะเชิงเทราที่ได้รับผลกระทบไปประมาณ 3 ล้านตัว ซึ่งกระทบต่อไข่ในระบบเป็นจำนวนมาก โดยกรมการค้าภายในได้เร่งสำรวจหาพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ เพื่อเชื่อมโยงไปยังศูนย์กระจายสินค้าในห้างต่างๆ ควบคู่กับการทำงานของกรมปศุสัตว์ในการยืดอายุ ปลดระวางแม่ไก่ไข่ยืนกรง โดยยืดจาก 80 สัปดาห์ เป็น 85 สัปดาห์ เพื่อให้มีไข่เข้ามาทดแทน และมีการยืดอายุแม่ไก่พันธุ์ จาก 72 สัปดาห์ เป็น 75 สัปดาห์ คาดว่า ปริมาณไข่จะเข้าทดแทนได้เร็วที่สุดไม่เกินภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือชะลอการส่งออกไข่ไก่กับบริษัทส่งออกไข่ไก่ ไปจนถึงเดือนธันวาคคมนี้
“อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในได้เชิญสมาคมผู้ผลิตไข่ไก่ และฟาร์มขนาดใหญ่ขอความร่วมมือตรึงราคาไข่ไก่ที่หน้าฟาร์มที่ 4 บาท/ฟอง และขอความร่วมมือจากผู้ค้าปลีก ให้ช่วยเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบกระจายตรงไปยังพื้นที่ที่เริ่มขาดแคลน รวมถึงจะจัดสายตรวจเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ตรวจเข้มเรื่องราคาสินค้า ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และหากพบการเอาเปรียบให้มีการแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569”นายจิรวุฒิกล่าว และว่า สำหรับมาตรการเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำท่วมนั้น กรมฯจะมีการจัดร้านธงฟ้าราคาประหยัด โดยในกทม. จะจัดช่วงสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคมนี้ ส่วนในพื้นที่ต่างจัดหวัด จะจัดร้านธงฟ้าราคาประหยัด 12 ครั้งต่อจังหวัด และจัดในทุกจังหวัดเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน โดยเริ่มวันที่ 16 ตุลาคมนี้ สำหรับสถานที่จัดร้านธงฟ้า จะมีการประกาศผ่านทางเว็บไซต์กรมการค้าภายในและส่งข้อมูลให้ทางสำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯและกรมประชาสัมพันธ์ด้วย
ปศุสัตว์เร่งฝังกลบซากหมู2พันตัว
วันเดียวกัน นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์โยธคล อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า ได้หารือและลงพื้นที่ร่วมกับนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี บูรณาการการช่วยเหลือและเร่งจัดการซากสุกรจากฟาร์มใน อ.เมืองปราจีนบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้สุกรจมน้ำตายประมาณ 2,000 ตัว พร้อมตรวจฟาร์มที่ประสบอุทกภัย ติดตามการปฏิบัติงาน ณ จุดฝังกลบซากสัตว์ให้เป็นไปตามหลักวิชาการทางสัตวแพทย์ เบื้องต้นขนย้ายซากไปฝังกลบได้ 50 ตัว เนื่องจากระดับน้ำยังสูงและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพื้นที่ โดยวันนี้กรมปศุสัตว์เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปราจีนบุรี กองสารวัตรและกักกัน และด่านกักกันสัตว์ในพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมเครื่องจักรกลหนักและเรือท้องแบน เร่งลำเลียงซากสุกรออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยวันนี้คาดว่าจะฝังกลบได้ประมาณ 1,400 ตัว และหากไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากพายุเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าจะดำเนินการกับซากสุกรทั้งหมดแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ตุลาคม ส่วนความเสียหาย กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและจ่ายเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 โดยกรณีสัตว์ตายหรือสูญหายจะให้ความช่วยเหลือตามชนิด อายุ และอัตราที่กำหนดต่อไป
180-190รง.ในนิคมอุตฯเสียหาย1,800ล.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยต่อภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ขณะนี้ข้อมูลความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบ เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ และผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย จึงต้องเร่งให้โดยศูนย์ CMC หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) จัดทำฐานข้อมูลกลางให้ถูกต้อง ครบถ้วน และลดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจริงโดยเร็ว ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและความต้องการช่วยเหลือของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลถึง ณ วันที่ 5 ตุลาคม ได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด สถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,523 ราย โรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย SMEs 4,113 ราย วิสาหกิจชุมชน 94 ราย มูลค่าความเสียหายรวมในเบื้องต้น กว่า 2,137 ล้านบาท
“เบื้องต้นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าอาจมีโรงงานได้รับความเสียหายประมาณ 180–190 แห่ง มูลค่าราว 1,700–1,800 ล้านบาท แต่ยังต้องสำรวจเพิ่มเติม สิ่งสำคัญขณะนี้ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ แต่ต้องรู้ให้ชัดว่าใครเสียหายหนัก ใครต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน และต้องช่วยเหลือในรูปแบบใด เพื่อจัดทรัพยากรของกระทรวงเข้าไปช่วยได้ตรงจุด” นายวราวุธ กล่าว และว่า ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัด (อสจ.) ทุกจังหวัดเร่งแยกกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะรายที่เครื่องจักรเสียหายเต็ม 100% หรือมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว พร้อมจัดทำชื่อและช่องทางติดต่อเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ
สำหรับการช่วยเหลือด้านการเงิน กระทรวงได้ประสานสถาบันการเงิน กองทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อฟื้นฟู และเงินทุนสำหรับซ่อมแซมอาคารและเครื่องจักร โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) รายงานว่ามีลูกค้าได้รับผลกระทบโดยตรงใน 37 จังหวัด 918 ราย และนอกพื้นที่ประกาศอีก 66 ราย รวม 984 ราย
ล่าสุดทางธนาคารได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว 311 ราย ครอบคลุมเงินต้นประมาณ 992 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้สามารถดำเนินการได้เต็มวงเงินและนานสูงสุด 12 เดือน ทั้งยังมีผู้ประกอบการที่ถูกคัดกรองด้านปัญหาการเงินอีก 134 ราย ซึ่งจะเร่งส่งต่อให้ธนาคารติดต่อโดยตรง นอกจากนี้ กระทรวงยังเตรียมความช่วยเหลือด้านเทคนิค โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบความปลอดภัยหลังน้ำลด ทั้งหม้อไอน้ำ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และตู้จ่ายไฟ พร้อมจัดทำเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและ Service Provider เพื่อให้คำแนะนำแก่โรงงานขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน ขณะที่การซ่อมเครื่องจักรจะประสานช่างเฉพาะทางเข้าดำเนินการ
ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต การจัดเก็บ หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อนในพื้นที่โรงงานและบ่อกาก ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะติดตามและเตรียมมาตรการรองรับกรณีน้ำเพิ่มขึ้นหรือน้ำระบายเข้าพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

