‘บางจาก’ชูพลังงานชีวภาพ ลดนำเข้าน้ำมัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2% ของ GDP

27 สิงหาคม 2569 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน“New Energy for Thailand: เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ว่า ภาคขนส่งคิดเป็น 41% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของประเทศไทย และใช้น้ำมันประมาณ 76% ของการใช้น้ำมันขั้นต้น สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคขนส่งควรมีหลายทางเลือก ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ โดยคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานที่มีอยู่ควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบขนส่งที่มีอยู่ ผ่านการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in ซึ่งสามารถใช้กับเครื่องยนต์และระบบเชื้อเพลิงเดิมได้ โดยไม่ต้องลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ
จากการวิเคราะห์ที่นำเสนอ การเพิ่มสัดส่วนBiofuel Drop-in เป็น 20% มีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบเท่าประมาณ 2% ของ GDP จากการเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศประมาณ 153,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าน้ำมันประมาณ 63,000 ล้านบาท พร้อมช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงแนวพระราชดำริด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาพลังงานทดแทนจากทรัพยากรที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง เช่น ไบโอดีเซลจากปาล์ม ซึ่งสะท้อนแนวคิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่ยังคงมีความสำคัญในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทบางจากได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพตอบโจทย์การเดินทางทั้งทางอากาศ ทางรถและทางเรือ ตั้งแต่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน HEFA-SPK SAF กำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน HVO หรือกรีนดีเซลสำหรับการขนส่งทางถนน และ B24 สำหรับภาคการเดินเรือสะท้อนการนำศักยภาพและวัตถุดิบที่ประเทศไทยมีอยู่มาต่อยอดเป็นพลังงานมูลค่าสูง
“เชื้อเพลิงชีวภาพทุกหยดที่ผลิตในประเทศไทยไม่ได้เพียงทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังสร้างรายได้ในประเทศ ขยายห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นฐานสำหรับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่าง SAF, HVO และผลิตภัณฑ์ชีวภาพขั้นสูง” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

