ยกพระราชดำรัสร.9 ผู้นำIMFชูธง ทุกชาติช่วยเหลือกัน ฝ่าคลื่นลมประคองศก.

ยกพระราชดำรัสร.9
ผู้นำIMFชูธง
ทุกชาติช่วยเหลือกัน
ฝ่าคลื่นลมประคองศก.
ขานรับพิมพ์เขียวไทย
หยุดฉ้อโกงทางดิจิทัล
ผู้นำ IMF ยกพระราชดำรัสในหลวง ร.9 เตือนใจเรื่องความมุ่งมั่นและร่วมกันทำงาน ทุกคนอยู่เรือลำเดียวกัน ต้องช่วยกันพายฝ่าคลื่นลมสภาวะเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป ท่ามกลางโลกยังเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม ความตึงเครียดทางการค้า พร้อมขานรับ Bangkok Blueprint เพื่อเสริมความปลอดภัยของระบบการเงินดิจิทัลและความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามการฉ้อโกงทางดิจิทัล
นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชื่นชมประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะเจ้าภาพจัดงานการประชุมใหญ่ปีนี้ โดยกล่าวว่า จากที่ห้องประชุมตกแต่งด้วยเรือสุพรรณหงษ์จึงเปรียบเปรย ว่าทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกันและต้องช่วยพายเรือไปด้วยกันฝ่าคลื่นลมภาวะสถานการณ์เศรษฐกิจไปด้วยกัน
ล่าสุด IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโตที่ 3.1% แม้ภาพรวมจะฟื้นตัวได้ดี แต่เตือนว่าฐานรากยังคงเปราะบาง พร้อมส่งสัญญาณเตือนรับมือวิกฤตพลังงานในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง โดย IMF ได้ประกาศสนับสนุนธนาคารกลางหลัก ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยเข้มงวดและคงอยู่ในระดับสูง เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้ออย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการจี้ให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งซ่อมแซมฐานะทางการคลังและลดหนี้สาธารณะแม้การขึ้นดอกเบี้ยของประเทศมหาอำนาจเหล่านี้จะสร้างแรงกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูง และเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมให้กับประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่แต่ IMF มองว่าเป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อหยุดยั้งวิกฤตเงินเฟ้อโลก
ทางด้านนวัตกรรมและแรงงาน IMF แสดงความกังวลว่า เทคโนโลยี AI จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานทั่วโลกสูงถึง 40% โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่ที่อาจหางานยากขึ้น จึงเสนอให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้ Small AI หรือเอไอขนาดเล็กมาทำงานร่วมกับมนุษย์ เช่น เป็นผู้ช่วยแพทย์คัดกรองโรคในชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมย้ำว่าต้องสร้างกรอบกฎหมายที่ปลอดภัยเพื่อเรียกคืนความไว้วางใจจากประชาชน ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด
พร้อมย้ำข้อเรียกร้องประเทศมหาอำนาจเสนอให้สหรัฐอเมริกาเพิ่มการอออม ค่อยๆลดการขาดดุลงบประมาณลง จีนเร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ แทนการพึ่งพาส่งออก ส่วนยุโรปต้องเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถการแข่งขัน
ปิดท้ายที่ความสำเร็จในที่ประชุมวันนี้ IMF สามารถระดมทุนก้อนใหม่ได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของงบประมาณรายปี เพื่อนำไปใช้พัฒนาศักยภาพและระบบการคลังให้ประเทศสมาชิกทั่วโลก
ทั้งนี้ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์เตือนใจเราว่า ผลประโยชน์และผลลัพธ์เชิงบวกไม่ได้เกิดขึ้นได้เอง แต่จะต้องได้รับการปลูกฝัง สะสม และเสริมสร้างให้เข้มแข็งขึ้นทีละน้อยตามกาลเวลา นี่คือแก่นแท้ของการทำงานของเรา ความเพียรพยายาม และจะทำได้ดีที่สุดเมื่อเราทุกคนร่วมมือกัน สมาชิกรวม 191 ประเทศของเรามีความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อเป้าหมายร่วมกัน
ด้านนายโมฮัมเหม็ด อัลจาดาน (Mohammed Aljadaan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย ในฐานะประธานคณะกรรมการการเงินและการคลังระหว่างประเทศ (International Monetary and Financial Committee: IMFC) ออกแถลงการณ์ประธานภายหลังการประชุม IMFC ครั้งที่ 54 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) โดยระบุว่า เศรษฐกิจโลกสามารถรับมือกับแรงกระแทกหลายระลอกได้ดีกว่าที่คาดการณ์ และยังรักษาการเติบโตโดยรวมไว้ได้ แต่ความสามารถในการรองรับวิกฤตลดลง ขณะที่ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยังอยู่ในด้านลบ
ปัจจัยสำคัญมาจากสงครามและความขัดแย้งที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและเศรษฐกิจ รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนและแรงกดดันด้านราคา โดยเฉพาะพลังงานและอาหาร ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับสูงขึ้นในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกและเพิ่มความเปราะบางให้ประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูง โดยประเทศรายได้น้อยและประเทศที่เปราะบางมีความเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลังมากขึ้น
IMFC ยืนยันความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและระบบการเงิน ผ่านนโยบายการคลังที่น่าเชื่อถือ การบริหารหนี้อย่างยั่งยืน และการสร้างพื้นที่ทางการคลังเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต โดยต้องคำนึงถึงการคุ้มครองประชาชนกลุ่มเปราะบางและการลงทุนที่จำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายรักษาเสถียรภาพราคาและควบคุมการคาดการณ์เงินเฟ้อ
สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย IMFC ขานรับแนวทาง Bangkok Blueprint ซึ่งมุ่งเสริมสร้างมาตรการคุ้มครองระบบการเงินดิจิทัล เพิ่มความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ และยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการฉ้อโกงทางดิจิทัล สะท้อนความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน ท่ามกลางการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล
ขณะเดียวกัน IMFC สนับสนุนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงและดิจิทัลมาเพิ่มผลิตภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของภาคเอกชน โดยต้องบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง รวมถึงสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อลดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการค้า ตลอดจนเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและการไหลเวียนของพลังงาน
ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้ IMFC ยืนยันความมุ่งมั่นในการปรับปรุงกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของประเทศที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะประเทศรายได้น้อยและประเทศกำลังพัฒนาที่เปราะบาง ให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และประสานความร่วมมือระหว่างเจ้าหนี้มากขึ้น พร้อมสนับสนุนการปฏิรูป IMF และเร่งดำเนินการเพิ่มโควตาภายใต้การทบทวนโควตาทั่วไปครั้งที่ 16 เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบความปลอดภัยทางการเงินโลก
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ที่กรุงเทพมหานคร และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแสดงความชื่นชมบทบาทการนำของซาอุดีอาระเบีย และขานรับการขยายวาระดำรงตำแหน่งประธาน IMFC ของนายโมฮัมเหม็ด อัลจาดาน ออกไปอีกหนึ่งปี โดยการประชุม IMFC ครั้งต่อไปคาดว่า จะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2570 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

