Bolt ผนึกภาครัฐ-ภาคอุตสาหกรรม-เครือข่ายผู้ขับขี่ ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน

หน่วยงานภาครัฐ ตำรวจจราจร องค์กรด้านความคุ้มครองผู้ประสบภัย สมาคมผู้ขับขี่ และผู้ขับขี่กว่า 100 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกฎหมาย การปฏิบัติตามข้อกำหนด การขับขี่ปลอดภัย ประกันภัย และหลักประกันทางสังคม เพื่อร่วมสร้างมาตรฐานการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
ที่กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร โบลท์ ประเทศไทย ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก คณะกรรมการศึกษาแนวทางความปลอดภัย ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) ตำรวจจราจร และสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ สมาคมไรเดอร์ไทย จัดงาน “รวมพลังยกระดับผู้ขับขี่มืออาชีพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน” โดยมีตัวแทนผู้ขับขี่จากกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ และผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มกว่า 100 คนเข้าร่วม เพื่อร่วมสร้างความตระหนักด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การขับขี่อย่างมีความรับผิดชอบ ความปลอดภัยทางถนน และมาตรฐานการขับขี่อย่างมืออาชีพ
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางความปลอดภัย ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจาก กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ สมาคมไรเดอร์ไทย และ โบลท์ ประเทศไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ขับขี่โดยตรง แนวคิดสำคัญของงานตั้งอยู่บนหลักว่า การปฏิบัติตามกฎหมาย ความเป็นมืออาชีพ และความปลอดภัยทางถนนเป็นเรื่องที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน การมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะและการใช้รถที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญของมาตรฐานวิชาชีพ ขณะที่ความรู้ วินัย พฤติกรรมการขับขี่ที่รับผิดชอบ อุปกรณ์นิรภัย และระบบความคุ้มครองที่เหมาะสม เป็นองค์ประกอบที่จะช่วยเปลี่ยนมาตรฐานเหล่านั้นให้เกิดเป็นความปลอดภัยจริงในทุกการเดินทาง
วาระร่วมที่ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำ
“ความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นวาระร่วมของสังคมที่ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การยกระดับผู้ขับขี่ให้เป็นมืออาชีพจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาคุณภาพบริการ แต่คือมาตรการปกป้องชีวิตที่จับต้องได้ ภาครัฐต้องกำหนดมาตรฐานและบังคับใช้อย่างจริงจังและเสมอภาค ภาคเอกชนและแพลตฟอร์มต้องสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะที่สมาคมและเครือข่ายผู้ขับขี่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารและดูแลสมาชิก เมื่อทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนอย่างรับผิดชอบ เราจะสามารถสร้างระบบขนส่งที่ทั้งปลอดภัย เป็นธรรม และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” นายวิชาญ กล่าว
ความเป็นมืออาชีพเริ่มต้นจากมาตรฐานที่ถูกต้อง
ทางด้าน นายอดิเรก แตงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า คำว่า “ผู้ขับขี่มืออาชีพ” ไม่ได้วัดจากจำนวนเที่ยวหรือระยะเวลาที่ขับรถเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านการมีคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วน การใช้รถที่จดทะเบียนถูกต้อง การเคารพกฎหมาย การดูแลสภาพรถให้พร้อมใช้งาน การมีน้ำใจบนท้องถนน และการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเหนือความเร่งรีบหรือรายได้ในแต่ละเที่ยว ใบอนุญาตขับรถสาธารณะและการจดทะเบียนรถอย่างถูกต้องจึงไม่ใช่เพียงข้อกำหนดทางเอกสาร แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
เปลี่ยนความรู้เป็นพฤติกรรมปลอดภัย
พันตำรวจเอก สรพงษ์ นาคะโยคี ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่อย่างปลอดภัยและกฎหมายจราจรที่ผู้ขับขี่มืออาชีพควรรู้ พร้อมเป็นผู้นำ พิธีกล่าวคำปฏิญาณด้านความปลอดภัยทางถนนและพิธีสวมหมวกนิรภัยตราสัญลักษณ์พระราชทาน เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ต่อทั้งตนเอง ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนน “สำหรับผู้ขับขี่มืออาชีพ การเคารพกฎหมายจราจรและการขับขี่อย่างมีวินัยไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำเฉพาะเมื่อมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแล แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกเที่ยว การสวมหมวกนิรภัย การไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด การไม่ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร และการมีสติอยู่เสมอ เป็นเรื่องพื้นฐานที่สามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียได้จริง”
ความคุ้มครองที่เหมาะสมคือองค์ประกอบที่ปลอดภัย
นอกจากการป้องกันอุบัติเหตุแล้ว งานยังให้ความสำคัญกับความรู้ด้านการคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ โดย นายสมชาย สุดเสนาะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ให้ความรู้ในหัวข้อ “สร้างความมั่นใจด้วยความคุ้มครองประกันภัย: สิทธิประโยชน์ที่ผู้ขับขี่ควรรู้” เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าใจสิทธิ ความคุ้มครอง และแนวทางดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติเหตุ “การป้องกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ในกรณีที่เกิดเหตุขึ้น ผู้ขับขี่ควรมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองที่ตนเองและผู้ประสบภัยพึงได้รับ การเข้าใจระบบประกันภัยและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน”
จากความรู้ สู่พฤติกรรมและมาตรฐานวิชาชีพ
ขณะที่ นายสันติ ปฏิภาณรัตน์ นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะ กล่าวถึงบทบาทของผู้ขับขี่ว่า ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเดินทาง แต่เป็นบุคลากรสำคัญของระบบขนส่งที่ประชาชนฝากความไว้วางใจไว้ในทุกการเดินทาง “การยกระดับความปลอดภัยไม่อาจอาศัยเพียงความระมัดระวังเฉพาะบุคคล แต่ต้องเกิดจากความรู้ วินัย อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ระบบคุ้มครองที่เหมาะสม และความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน งานในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการอบรมระยะสั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนความรู้ให้เป็นพฤติกรรม เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นมาตรฐานวิชาชีพ และเปลี่ยนความร่วมมือให้เป็นความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนนทุกวัน”
Bolt ทุ่มกว่า30ล้าน หนุนผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินควบคู่กัน แม้เราจะมีเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์ม แต่สิ่งสำคัญคือการนำมาตรฐานเหล่านั้นมาใช้อย่างจริงจังในชีวิตประจำวัน
โบลท์จึงมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ขับขี่ ภาครัฐ และพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล รับฟังเสียงจากผู้ใช้งานจริง และยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถ เพราะเราเชื่อว่าความปลอดภัยทางถนนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยอย่างแท้จริง
ที่ผ่านมา โบลท์ ได้ลงทุนมากกว่า 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเข้าสู่กระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนรถอย่างถูกต้อง การสนับสนุนดังกล่าวดำเนินการผ่านโครงการ Bolt Sure และกิจกรรม Booster Week ซึ่งครอบคลุมทั้งการให้ข้อมูล คำแนะนำ และการสนับสนุนผู้ขับขี่ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการดำเนินการตามข้อกำหนด ตลอดจนมาตรการสนับสนุนตลอดทุกขั้นตอนเพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
สำหรับ โบลท์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความมุ่งมั่นในระยะยาวที่จะทำงานเคียงข้างทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความเป็นมืออาชีพของผู้ขับขี่ และสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
จากความร่วมมือในวันนี้ สู่ความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจริงทุกวัน
ตลอดการจัดงาน ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสรับฟังและแลกเปลี่ยนโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง ตั้งแต่ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ การจดทะเบียนรถและข้อกำหนดด้านกฎหมาย พฤติกรรมการขับขี่ การป้องกันอุบัติเหตุ ไปจนถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยสำหรับผู้ขับขี่
งานครั้งนี้สะท้อนแนวคิดร่วมกันว่า การยกระดับมาตรฐานของระบบการเดินทางไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม หน่วยงานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้ประสบภัย และตัวผู้ขับขี่เอง
หลังจากนี้ โบลท์จะเดินหน้าทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายผู้ขับขี่ ตลอดจนพันธมิตรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง มีความรู้และความเข้าใจในมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำหลักการด้านความปลอดภัยไปปฏิบัติได้จริงในทุกการเดินทาง โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ปลอดภัย เป็นมืออาชีพ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและผู้ใช้ถนนทุกคน
ตั้งเป้าให้ผู้ขับขี่มีใบขับขี่สาธารณะ2แสนคน
นายณัฐดนย์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า คิดว่ากระบวนการคัดกรองผู้ขับขี่ของโบลท์เข้มข้นที่สุดแล้ว การเข้ามาในระบบต้องมีเอกสารที่ถูกต้อง ซึ่งใบขับขี่สาธารณะสอดคล้องกับนโยบายของกรมการขนส่งทางบก โดยโบลท์เป็นเจ้าแรกที่นำร่องเรื่องผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ในโครงการโบลท์ชัวร์ โดยตั้งใจที่จะให้คนขับมีใบขับขี่สาธารณะครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 30 กันยายนนี้ โดยโบลท์ไม่รับผู้ขับขี่รายใหม่ที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่สาธารณะในปัจจุบันของโบลท์มีอยู่ 1 แสนคน ส่วนเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ที่ 2 แสนคน
อยากเห็นแพลตฟอร์มอื่นร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
ส่วนประเด็นที่ว่า กระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดจะทำให้การเข้ามาร่วมงานกับโบลท์ยากขึ้นหรือไม่ นายณัฐดนย์ ยอมรับว่า ก็เป็นจุดที่สำคัญเหมือนกัน เพราะว่าถ้าจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ทุกเจ้าต้องทำเหมือนกันเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ความหมายคือ ถ้าโบลท์เป็นคนเดียวที่ทำ อยากคัดกรองคนขับให้มีมาตรฐานมากขึ้น แต่เจ้าอื่นๆ ไม่ทำ ภาพรวมของอุตสาหกรรมก็ไม่ปลอดภัยมากขึ้น ก็ยังมีคนขับไปหาเจ้าอื่นๆ ที่ไม่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ เราตั้งใจเป็นเจ้าแรกที่เดินมาจุดนี้ ถึงแม้จะมีผลกระทบเหมือนกันว่าคนขับจะเข้าถึงโบลท์ได้ยากขึ้น จึงมองว่าคนที่เหลือแล้วทำตามกฎก็คือคนที่ตั้งใจมาทำตามกฎจริงๆ
“ในมุมมองโบลท์อยากให้ทุกเจ้าทำเหมือนกัน เพราะถ้ามาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก อยากยกระดับของอุตสาหกรรมแล้วมีคนทำอยู่เจ้าเดียว ความปลอดภัยก็จะอยู่ที่เจ้าเดียว อาจจะเกิดเหตุซ้ำๆ บนแพลตฟอร์มอื่นได้ ดังนั้นจะหมือนเป็นการกระตุ้นให้เจ้าอื่นๆ ต้องยกระดับขึ้นมาด้วย ถึงแม้จะมีความเสี่ยงในมุมของโบลท์ แม้ว่าเราจะครอบคลุมเจ้าอื่นๆ ให้ทำตามได้ มันก็มีเรื่องการแข่งขันว่าทำแบบนี้คนขับคุณจะน้อยลงมั้ยแล้วผู้โดยสารต้องรอเวลานานขึ้น ก็มีผลกระทบเหมือนกัน” นายณัฐดนย์ กล่าว

