หนุ่ม กรรชัย ให้ข้อมูลDSI ในฐานะพยาน คดีมูลนิธิกัน จอมพลัง เผยบริจาค 1.5 ล้านเพราะไว้ใจ

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจเข้าให้ข้อมูล DSI ฐานะพยาน เคยบริจาค กัน จอมพลัง เงินก้อนใหญ่รวมกว่า 1.5 ล้านบาท โดยก่อนมีมูลนิธิฯโอนเข้าบัญชีส่วนตัว 1 ล้าน ยันไม่ได้กล่าวหาใคร แค่มาชี้แจงมุมของตัวเอง ระยุไม่เคยสอบถามการใช้จ่าย เพราะไว้เนื้อเชื่อใจ ขณะเดียวกันย้ำว่า หากพบความเสียหายในอนาคต จะรอดูผลการตรวจสอบของหน่วยงานก่อน ไม่รีบด่วนตัดสิน
จากกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบการดำเนินงาน “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้”
เมื่อเวลา 16.00 น. (9 ต.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม กรรชัย ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ซึ่งเป็น 1 ในรายชื่อที่ทนายตั้มระบุในเอกสารคำร้องให้ DSI เชิญมาสอบถามข้อมูลในฐานะผู้เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิฯ เช่นเดียวกับนายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี หรือพุทธ ที่เคยให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2569
นายกรรชัย ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอว่า การเดินทางมาวันนี้เพราะได้รับหมายเรียกในฐานะพยาน หลังเคยบริจาคเงินให้มูลนิธิ ที่ผ่านมาเคยเลื่อนเพราะติดภารกิจ ทั้งนี้เคยบริจาคเงินรวมจำนวน 1.5 ล้านบาท เข้ามูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ และบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง แบ่งเป็นวันที่ 18 ก.ย.2567 ยอด 1 ล้านบาท (เข้าบัญชีส่วนตัว) เพื่อช่วยเหลือเหตุการณ์อุทกภัยภาคเหนือ และวันที่ 17 มี.ค.2568 ยอด 5 แสนบาท เข้ามูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือหลังนายกันเปิดมูลนิธิประมาณ 1-2 เดือน
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า การบริจาคของตนมีหลายครั้ง ยอดก้อนใหญ่ๆ ได้แก่ 1 ล้านบาท, 5 แสนบาท, 3 หมื่นบาท และหลักย่อยๆ รวมแล้วน่าจะล้านกว่าบาท ทั้งโอนเข้ามูลนิธิและบัญชีส่วนตัว ครั้งแรกโอนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ ปี 2567 ยอด 1 ล้านบาท เข้าบัญชีส่วนตัว เพราะตอนนั้นยังไม่มีมูลนิธิ ส่วนยอด 5 แสนบาทเมื่อวันที่ 17 มี.ค.68 โอนเข้ามูลนิธิหลังก่อตั้งได้ไม่กี่เดือน เพราะอยากช่วยเหลือคนลำบาก และตนยังเคยบริจาคให้มูลนิธิของดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และมูลนิธิอีจันด้วย
นายกรรชัย ระบุว่า การบริจาคทุกครั้งเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจและเจตจำนงช่วยเหลือ เพราะไม่ได้ลงพื้นที่เอง จึงอยากซัพพอร์ตจากด้านหลัง ไม่เคยสอบถามว่าเงินถูกนำไปใช้อย่างไร เพราะรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ช่วยเหลือ และมองว่าเงินบริจาคควรไปถึงมือชาวบ้านตามวัตถุประสงค์
เมื่อถูกถามถึงข้อสังเกตกรณีกัน จอมพลังมักเปิดรับบริจาคผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทั้งที่มีผู้สนับสนุนอยู่แล้ว นายกรรชัย กล่าวว่า ไม่ได้สงสัยอะไรเลย เพราะถ้าสงสัยก็คงต้องสงสัยทุกมูลนิธิ ตนรู้แค่ว่าเงินที่บริจาคไปเพื่อช่วยเหลือประชาชน หน้าที่ตรวจสอบเป็นของหน่วยงาน
ส่วนกรณีที่ทนายตั้มระบุชื่อตนและนายพุทธอภิวรรณ อาจทำให้เกิดการเคลือบแคลงใจ นายกรรชัย ย้ำว่า การมาวันนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหาใคร เพียงมาชี้แจงในมุมของตัวเองว่าตนทำอะไรไปบ้าง ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะกล่าวหาบุคคลอื่น
หากในอนาคตหน่วยงานตรวจสอบพบความเสียหายจากการบริจาค นายกรรชัยระบุว่าต้องดูว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากจริงก็ต้องปรึกษาทนายความต่อไป
ขณะที่ทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย ซึ่งมาด้วย ชี้แจงว่าตามกฎหมายมีส่วนหนึ่งเป็นเช่นนั้น แต่ต้องรอให้ DSI ดำเนินการก่อน
นายกรรชัยยังกล่าวว่า ตอนนี้เรื่องของกัน จอมพลังไม่ได้อยู่ในสารบบของตน เพียงมาตามคำเรียก หากไม่เรียกก็คงใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้ปักใจเชื่อหรือได้คำตอบอะไร และไม่มีความกังวลใจ เพราะมาในฐานะพลเมืองดี
เมื่อถูกถามถึงช่วงที่เคยประกาศในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ให้นายกันชี้แจงความโปร่งใส นายกรรชัยอธิบายว่า ตอนนั้นเป็นเรื่องของไอซ์-รักชนก ศรีนอก ที่ดำเนินการตรวจสอบ และตนมองว่าไม่เหมาะที่จะให้มาชี้แจงในรายการของตัวเอง เพราะอาจถูกครหา จึงแนะนำให้ไปชี้แจงในเวทีกลาง เช่น รายการของสรยุทธ หรือแถลงข่าว
ท้ายสุด นายกรรชัยระบุว่า การถูกเชิญมาให้ข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้ทำให้วิตกกังวลจนไม่บริจาคเงินช่วยเหลือมูลนิธิอื่น เพราะส่วนใหญ่ตนบริจาคโดยไม่แจ้งใคร ขอเพียงเงินถูกใช้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจริง และในฐานะคนทำสื่อและชอบบริจาค อยากเห็นทุกมูลนิธิชี้แจงยอดเงินและการใช้จ่าย เพื่อความโปร่งใสและสง่างามในสายตาผู้บริจาค
ส่วนความสัมพันธ์กับนายกัน จอมพลัง นายกรรชัยไม่ต้องการใช้คำว่า “ตัดขาด” เพราะดูรุนแรงเกินไป มองว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่า เพราะไม่ได้คลิ๊กกันแล้ว และตนไม่เคยไปพาดพิงอะไรเขาอยู่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

