ปส.บุกทลาย! ซ้อนแผนรวบหนุ่มนครศรีฯพร้อมแฟนสาว ขนยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด ซุกกระบะคาบ้านพัก

ปส.ซ้อนแผนล็อกคาบ้าน! ทลายเครือข่ายค้ายาใต้ รวบหนุ่มนครศรีฯพร้อมแฟนสาว ขนยาบ้าล็อตมหึมา 2.5 ล้านเม็ด-มูลค่าทะลุ 51 ล้าน ซุกกระบะคาบ้านพักราชบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเมืองเอก กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.1 บก.ปส.3) สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 (ตชด.437) จังหวัดสงขลา นำโดย พ.ต.ท.กิจติศักดิ์ วรรณคีรี รอง ผกก.1 บก.ปส.3 บูรณาการกำลังเข้าจู่โจมจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขณะกำลังลำเลียงยาบ้าล็อตมหึมาซุกซ่อนมากับรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียนนครศรีธรรมราช เข้าไปเก็บซุกซ่อนไว้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้คาที่เกิดเหตุทันที 2 ราย คือ นายสิทธิเดช อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และ น.ส.ธิดารัตน์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดพัทลุง (แฟนสาว)

จากการตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 6 กระสอบคลุมอำพรางด้วยผ้าใบ และเมื่อขยายผลตรวจค้นภายในห้องเก็บของภายในบ้านพัก พบของกลางยาบ้าเพิ่มอีก 9 กระสอบ รวมยาบ้าทั้งหมดสูงถึง 2,566,000 เม็ด มูลค่าในท้องตลาดกว่า 51 ล้านบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นขนาด 11 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มิลลิเมตร จำนวน 29 นัด และซองปืนอีก 2 ซอง

สำหรับการแกะรอยจับกุมเครือข่ายยาเสพติดล็อตใหญ่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตชด.437 จังหวัดสงขลา ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่จากพื้นที่ภาคกลางเพื่อเตรียมส่งลงสู่พื้นที่ภาคใต้ จึงได้ประสานแผนปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปส.3 โดยเริ่มสะกดรอยติดตามรถยนต์กระบะเป้าหมายมาตั้งแต่พื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ภายหลังลักลอบไปรับยาเสพติดมา เจ้าหน้าที่จึงขับรถสะกดรอยตามมาอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งรถคันดังกล่าววิ่งมาถึงบ้านพักจุดพักยาในพื้นที่ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจู่โจมปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมดโดยไม่มีการขัดขืน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสิทธิเดช ให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางไปรับยาบ้าทั้งหมดมาจากพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยได้รับการติดต่อประสานงานผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์จากบัญชีชื่อ ‘BM’ ซึ่งจะคอยสั่งการให้ไปรับยาบ้าตามจุดพิกัดต่างๆ ที่วางทิ้งไว้ และทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำมาพักเก็บไว้ที่บ้านพักหลังดังกล่าว ก่อนจะทยอยลำเลียงส่งต่อไปยังปลายทางในพื้นที่ภาคใต้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดย นายสิทธิเดช ถูกแจ้งข้อหาหนักรวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย 1. ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า, 2. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 3. ครอบครองส่วนใดส่วนหนึ่งของอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ (ซองกระสุนปืน) และ 4. ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน น.ส.ธิดารัตน์ ถูกแจ้งข้อหา 1 ข้อหา คือ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะเร่งขยายผลสืบสวนเส้นทางเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อกวาดล้างขบวนการที่เหลือต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

