ทลายรังสแกม บุกค้น3จุดกลางกรุง จับแก๊งเกาหลี-คนจีน

ตำรวจสตม.บุกทลายรังสแกมเมอร์กลางกรุง ลุยค้น 3 จุด รวบชาวเกาหลีใต้ 8 ราย และชาวจีน 2 ราย ยึดของกลางหลายรายการ สร้างความเสียหายนับ 100 ล้าน เร่งขยายผลถอนรากถอนโคนเครือข่าย
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช. สตม. พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 นำกำลัง ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ บุกทลายรังสแกมเมอร์ชาวจีน และเกาหลีใต้โดยเข้าตรวจค้น 3 จุดกลาง กทม.สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 10 ราย แบ่งเป็นชาวสัญชาติจีน 2รายและสัญชาติเกาหลีใต้ 8 ราย
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจ สตม.ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ เข้าจับกุมตัว MR. LIM ชาวเกาหลีใต้ ในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ ต้องการตัว ในคดีฉ้อโกงประชาชน และมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์ ก่อนจะขยายผลพบข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ และการพนันออนไลน์ ที่มีทั้งชาวจีน และชาวเกาหลีใต้ ร่วมกันก่อเหตุ
ต่อมา ทางตำรวจ สตม.จึงเร่งดำเนินการขยายผล โดยใช้เวลาประมาณกว่า 1 เดือน กระทั่งพบจุดต้องสงสัยกว่า 3 จุด ทั้งย่านลาดพร้าว-ห้วยขวาง , วัชรพล–จตุโชติ และรัชดาภิเษก–พระราม 9 ก่อนจะมีการเข้าตรวจค้น ซึ่งพบชาวจีน และชาวเกาหลีใต้ เข้าออกบริเวณดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 8–9 คนต่อวัน ระหว่างการติดตาม เจ้าหน้าที่ยังพบการขนย้ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ออกจากฐานเดิมไปยังบ้านหลังใหม่ ที่ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์เป็นจำนวนมาก
สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับกลุ่มสแกม เมอร์ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตาม จนพบว่ามีชาวจีน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า เป็นตัวการใหญ่ คอยจัดหาสถานที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการ ส่วนชาวเกาหลีใต้ จะทำหน้าที่เป็นแอดมิน คอยหลอกลวงเหยื่อ โดยอ้างตัวเป็นอัยการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนหลอกให้โอนเงิน
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชาวเกาหลีใต้ 8 ราย และชาวจีน 2 พร้อมยึดของกลาง คอมพิวเตอร์ 13 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 51 รายการ เบื้องต้นพบผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้ เป็นจำนวนมาก มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท
ขณะนี้ทางตำรวจ สตม.และตำรวจเกาหลีใต้ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลให้ถึงผู้สั่งการ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และติดตามสมาชิกในเครือข่ายทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ สตม.ได้พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และขึ้นบัญชีดำ ห้ามเข้าประเทศ ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อรอส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลี ต่อไป
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า ทาง สตม.จะเดินหน้าตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. โดยเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นคนต่างด้าวที่กระทำผิด หรือหลบหนีคดีเข้ามาในประเทศไทย ควบคู่กับการขับเคลื่อน 4 เสาหลัก คือ มั่นคงเชิงรุก ข้อมูลนำการปฏิบัติ ทลายเครือข่าย และบริการมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันภัยข้ามชาติ ตั้งแต่ต้นทาง พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม.1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

