ตร.ทางหลวงสกัดจับ! ผัวเมียรับจ้างขนหนุ่มจีนเทา ซิ่งเก๋งข้ามภาคจากแม่สอดจ่อไป สปป.ลาว

ตำรวจทางหลวงสกัดจับ! ผัวเมียรับจ้างขนหนุ่มจีนเทา ซิ่งเก๋งจากแม่สอดมุ่งหน้าเชียงราย เตรียมข้ามโขงไป สปป.ลาว สุดท้ายโดนรวบคาโรงพักพะเยา ยึดมือถือ 6 เครื่องและรถของกลาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้รับเบาะแสและข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวชาวจีนที่หลบหนีเข้าเมืองจากพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการเดินทางต่อไปยัง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมจึงได้เร่งสืบสวนติดตามสกัดจับกุม
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียนจังหวัดพิษณุโลก ขับขี่มาตามทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพะเยา เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตามและส่งสัญญาณไฟกระพริบหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น บริเวณถนนพหลโยธินสายเก่า ด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

จากการตรวจค้นภายในรถพบว่ามี ว่าที่ ร.ต.กัมพล อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับขี่ และมี น.ส.สุดารัตร์ อายุ 29 ปี นั่งโดยสารเบาะหน้า ซึ่งทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน และบริเวณเบาะหลังพบ นายขวัง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน นั่งมาด้วย แต่ไม่สามารถนำหนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารแสดงตัวบุคคลมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
จากการสอบสวนปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาชาวไทยทั้งสองรายรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 14,000 บาท เพื่อทำหน้าที่ขับรถรับตัวชายชาวจีนรายนี้มาจากพื้นที่จังหวัดลำปาง และกำลังจะนำไปส่งยังพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย

ขณะที่ ชายชาวจีน ให้การผ่านล่ามแปลภาษาว่า เดินทางมาจากเมืองชเวโก๊กโก่ ประเทศเมียนมา ลักลอบข้ามแดนเข้ามาทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และมีจุดหมายปลายทางเพื่อเดินทางต่อไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาชาวไทยทั้งสองราย ในความผิดฐาน ‘รู้ว่าคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม’ ส่วนชายชาวจีนถูกแจ้งข้อกล่าวหา ‘เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต’

พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง และรถยนต์เก๋งที่ใช้ในการกระทำความผิด เพื่อสืบสวนขยายผลเครือข่ายขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองข้ามชาติ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

