CIB สกัดรถขนต่างด้าวชาวกัมพูชา 7 ราย รับค่าจ้างคนละพัน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง, พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รอง ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.บดี ดวนพล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ร.ต.อ.ภาสพงศ์ แพงคำ, ร.ต.ท.ศิริพงษ์ ฉ่ำศิริ, ร.ต.ท.สรวิชัย ป้อกระโทก, ร.ต.ท.ยุทธพงษ์ สอนวินิจฉัย, ร.ต.ต.เดชอุดม ต่อน้อย, ร.ต.ต.อนิวรรต ปิ่นเพชร รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ด.ต.ดาวรุ้ง สุขผดุง, ด.ต.ณัฐวุฒิ กระพันธ์เขียว, ด.ต.ทวนทอง อุตรา, ด.ต.ณรงค์กร โยแก้ว, ด.ต.ธาตรี สาลี, ด.ต.จุฬาวุธ กองดวง, ด.ต.นฤเบศร์ สุริยนต์,ด.ต.ชัยญา นุพันธ์, ด.ต.มนัส ประทุมมานนท์, ด.ต.นรินทรักษ์ คนกล้า, ด.ต.นิรุทธ์ ผลสว่าง, ด.ต.คมกฤช กาศกล้า, จ.ต.ส.เกียรติสถาพร กฐินเทศ, จ.ต.ส.คมกริช นกแก้ว, จ.ส.ต.ตรีภพ แสงใส, จ.ส.ต.พีระพล นิลเนตร, จ.ส.ต.วัฒนชน ทองทวี, จ.ส.ต.อลงกรณ์ มอญแก้ว, จ.ส.ต.ปัญญา กุลธรรม, ส.ต.อ.ภานุวัตร สิงห์สมบัติ, ส.ต.ท.ชินวัตร ป๋าวงค์, ส.ต.ท.อภิวัฒน์ ดาผุย ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย ดังนี้ 1. นายไพทูล (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี สัญชาติไทย 2. MR. VEI VANN อายุ 32 ปี สัญชาติกัมพูชา 3. MRS. MAKARA RIN อายุ 22 ปี สัญชาติกัมพูชา 4. MR. PONLOK ROH อายุ 26 ปี สัญชาติกัมพูชา 5. MRS. LA LUOT อายุ 48 ปี สัญชาติกัมพูชา 6. MR. PHANNA PHAL อายุ 19 ปี สัญชาติกัมพูชา 7. MRS. HEACH CHEAN อายุ 39 ปี สัญชาติกัมพูชา 8. น.ส.ลี่ ไอลา อายุ 20 ปี สัญชาติกัมพูชา
โดยผู้ต้องหาที่ 1 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “ให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม” ผู้ต้องหาที่ 2-5 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ผู้ต้องหาที่ 6-8 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง”
พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 2 รายการ ดังนี้ 1. รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น INNOVA หมายเลขทะเบียน กว 1XXX จันทบุรี จำนวน 1 คัน 2. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีขาว จำนวน 1 เครื่อง สถานที่จับกุม จุดกลับรถ ทางหลวงหมายเลข 36 กม.13-14 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พฤติการณ์ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการสืบสวนปราบปรามการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการสกัดกั้นเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ ตำรวจทางหลวงชลบุรีได้เฝ้าติดตามกลุ่มรถยนต์ต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์รับ-ส่งคนต่างด้าวจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้าไปยังจังหวัดชลบุรีและกรุงเทพมหานคร จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มดังกล่าวมีการใช้ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางเลี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ พร้อมแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ โดยมีรถนำทางคอยสังเกตการณ์และรถรับ-ส่งคนต่างด้าว รวมถึงติดต่อประสานงานผ่านแอปพลิเคชันสนทนาตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนสกัดจับกุม
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น.เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ารถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน เดินทางออกจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระยอง และมีแนวโน้มเดินทางต่อไปยังจังหวัดชลบุรี จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ กระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น.พบรถทั้ง 2 คันขับผ่านบริเวณทางหลวงหมายเลข 36 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงติดตามและส่งสัญญาณให้หยุดรถบริเวณจุดกลับรถ ทางหลวงหมายเลข 36 กม.13-14 ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จากการตรวจสอบพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น INNOVA ทะเบียน กว 1XXX จันทบุรี มีนายไพทูลฯ เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถพบผู้โดยสารสัญชาติกัมพูชาจำนวน 7 ราย เมื่อตรวจสอบเอกสารพบว่า 4 ราย อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หรือ OVERSTAY โดยหนึ่งรายอยู่เกินกำหนดถึง 1,344 วัน หรือเกือบ 4 ปี ขณะที่อีก 2 รายมีหนังสือเดินทางแต่ไม่ปรากฏตราประทับการเข้าเมือง และอีก 1 รายไม่มีหนังสือเดินทาง ทั้งนี้ บุคคลต่างด้าว 3 รายให้การว่า ลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อเดินทางไปทำงานในพื้นที่พัทยา ส่วนรถอีกคันที่เดินทางมาด้วยกันพบว่าบรรทุกบุคคลต่างด้าวที่มีเอกสารการเข้าเมืองถูกต้อง
จากการสอบสวนขยายผล นายไพทูลฯ ให้การว่า ได้รับบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาทั้ง 7 ราย จากพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อนำไปส่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยได้รับค่าจ้างรายละ 1,000 บาท และเคยรับงานลักษณะเดียวกันจนถูกจับกุมมาแล้วถึง 4 ครั้ง การจับกุมครั้งนี้จึงเป็นการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงคนต่างด้าวจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน และตัดวงจรการนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายได้อีกหนึ่งจุด ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่า ได้รับว่าจ้างให้รับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาจำนวน 7 ราย จากพื้นที่ชายแดน เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ชลบุรี โดยได้รับค่าจ้างรายละ 1,000 บาท และยอมรับว่าเคยรับงานลักษณะเดียวกันและถูกจับกุมมาแล้ว 4 ครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

