ทลายพ่อทิพย์ อึ้งลูกสวมสิทธิ์ไทย เรียนหมอ-จบวิศวะ

ทลายพ่อทิพย์
อึ้งลูกสวมสิทธิ์ไทย
เรียนหมอ-จบวิศวะ
ขนลุก! พบฝาแฝดจีนได้สัญชาติไทย จากขบวนการพ่อทิพย์แฝดพี่จบวิศวะ แฝดน้องเรียนหมอ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ตร.-ปค.เดินหน้าสางเฟส 3 บุกทลายเครือข่าย ตัดวงจรพ่อไทยทิพย์ รวม 46หมายจับ ตรวจสอบโรงพยาบาลรัฐ–เอกชน มีเอี่ยว อึ้งกุมารทิพย์ต้องสงสัย 1,483 คนเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลจำนวน 8 แห่ง
เมื่อวันที่ 27ต.ค.2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อม พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม.ในฐานะโฆษก สตม.สนธิกำลังตำรวจ ตม.ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 กรมการปกครองDOPA N.I.C.E.บุกทลาย“ตัดบทขบวนการพ่อไทยทิพย์” ออกหมายจับผู้กระทำความผิด 46หมาย แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ,เจ้าหน้าที่ รพ.ที่เกี่ยวข้องและกลุ่มมารดาคนต่างด้าว กลุ่มบิดาคนไทยทิพย์ กลุ่มบิดาที่แท้จริงของเด็ก(ต่างด้าว) และกลุ่มกุมารทิพย์
พล.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า ผบ.ตร. สั่งบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน กรมการปกครอง โดยชุด DOPA N.I.C.E. ขยายผลขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร กรณีใช้ชายไทยรับรองเป็นบิดาให้บุตรของคนต่างด้าว เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยพบว่ามีการแจ้งเกิดเท็จผ่านโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง และมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ เฟส 1 ตรวจพบเด็ก 3 ราย จับผู้เกี่ยวข้องได้ 6 คน และเฟส 2 ขยายผลพบเด็กอีก 22 ราย จับผู้ต้องหาได้ 36 คน
สำหรับการเข้าทลายเครือข่ายในครั้งนี้เข้าสู่เฟส 3 พบเด็กที่ต้องตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับสถานะสัญชาติรวม 24 ราย เชื่อมโยงโรงพยาบาล 8 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่เก็บ DNA ของเด็กทั้ง 24 ราย เปรียบเทียบกับบิดาไทยที่มีชื่อในสูติบัตร มารดา และบุคคลที่เชื่อว่าเป็นบิดาที่แท้จริง ผลตรวจพบว่า ชายไทยที่มีชื่อเป็นบิดา ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเด็กทั้งหมด พนักงานสอบสวนจึงขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 46 หมาย ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล มารดาต่างด้าว พ่อไทยทิพย์ บิดาต่างด้าวที่แท้จริง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิทางทะเบียนโดยมิชอบ
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า หนึ่งในคดีสำคัญของการบุกทลายเครือข่ายในครั้งนี้ คือ เคส นายทวีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ตามสูติบัตรระบุ นายวันชัย (สงวนสนามกุล) เป็นบิดา และนางวุ้นหลี ชาวจีน เป็นมารดา แต่ผลตรวจ DNA พบว่า บิดาที่แท้จริงคือ Mr.Chen Tonggen และกระบวนการสวมสิทธิดังกล่าวส่งผลให้ ในปัจจุบันนายทวีศักดิ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปัจจุบันทำงานบริษัทสายไฟฟ้าใน จ.สมุทรปราการ รายได้ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน
เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านพักในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยพบ Mr.Chen และนางวุ้นหลีอยู่ด้วยกันในลักษณะครอบครัว ขณะที่นายวันชัยให้ข้อมูลว่า เมื่อ 27 ปีก่อน มีผู้มาติดต่อให้จดทะเบียนสมรสกับนางวุ้นหลี เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ โดยได้รับค่าตอบแทน 5,000 บาท
สำหรับเคสต่อมา นายสุทธิภัทร และ นายสุทธินัย ฝาแฝดอายุ 23 ปี ตามสูติบัตรระบุ นายโกมนต์ (สงวนนามสกุล) เป็นบิดา และ นางหรรษมน (สงวนนามสกุล) เป็นมารดา แต่ผลตรวจ DNA ยืนยันว่า นายโกมนต์ไม่ใช่บิดาที่แท้จริงของทั้งสองคน ตรวจสอบพบว่านายสุทธิภัทรกำลังศึกษาแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ถูกจับกุมขณะฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราช จังหวัดชลบุรี ส่วน นายสุทธินัย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง ปัจจุบันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ รายได้ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ถูกจับกุมที่คอนโดในย่านกรุงธนบุรี ขณะที่นายโกมนต์ ปัจจุบันถูกจำคุกในคดียาเสพติด และมีกำหนดพ้นโทษวันที่ 27 สิงหาคม 2580
ส่วน นางหรรษมน เดิมชื่อ ซูเจียน ถูกจับกุมในความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชนฯ จากการเป็นผู้รับรองการทำบัตรให้บุตรทั้งสอง โดยข้อมูลการสืบสวนระบุว่า นอกจากใช้ “พ่อไทยทิพย์” เพื่อให้บุตรฝาแฝดได้สัญชาติไทยแล้ว ยังมีประเด็นการได้สัญชาติไทยของตนเองจากการสมรสกับคนไทย ก่อนหย่าภายหลังได้รับสัญชาติ ซึ่งอยู่ในลักษณะที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป
เคสสุดท้าย ด.ช.อาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 7 ปี และ ด.ช.หุ้ยโหย่ว (สงวนนามสกุล) อายุ 3 ปี ทั้งสองมีมารดาคือ Miss Yanfang (สงวนนามสกุล) แต่มีชื่อบิดาในสูติบัตรต่างกัน โดย ด.ช.อาทิตย์ ระบุ นายสมเกียรติ ส่วน ด.ช.หุ้ยโหย่ว ระบุ นายหยิงเป่า ขณะที่ผลตรวจ DNA ยืนยันว่า Mr.Zhang Renqi เป็นบิดาที่แท้จริงของ ด.ช.อาทิตย์
นายสมเกียรติ อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างจดทะเบียน 5,000 บาท ส่วน นายหยิงเป่าเป็นเจ้าของธุรกิจโรงงานผลิตเครื่องจักรและบริษัทอื่นรวม 10 แห่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังจับกุม Mr.Zhang ขณะอยู่กับเด็กทั้งสองที่บ้านพักใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่อยู่จดทะเบียนบริษัท หมิงหยาง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมี Miss Yanfang เป็นผู้ถือหุ้นซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบว่าเข้าข่ายบริษัทนอมินีหรือไม่
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า สำหรับเด็กทั้ง 24 ราย จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและแก้ไขสถานะทางทะเบียนตามกฎหมาย หากพบว่าได้สัญชาติไทยมาโดยมิชอบจะดำเนินการยกเลิกเอกสารและสถานะที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน โดยหน่วยงานรัฐจะพิจารณาควบคู่กับสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า การขยายผลครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงจับ “พ่อไทยทิพย์” แต่จะสาวต่อถึง ผู้จัดหา นายหน้า ผู้รับรอง เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้ระบบทะเบียนราษฎรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิและหลีกเลี่ยงกฎหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการเฟส 3 “ตัดบทพ่อไทยทิพย์” จับกุม 24 ผู้ต้องหา เร่งทลายขบวนการต่อเนื่อง หลังพบลูกทิพย์อายุ 27 ปี สะท้อนมีขบวนการทำผิดมายาวนาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเฟส3 นี้ กุมารทิพย์ต้องสงสัย 1,483 คน เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลจำนวน 8 แห่ง ต่อมา พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นขอหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 46 หมาย แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้
- เจ้าหน้าที่รัฐ 1ราย 3หมายจับ ในข้อหา ปฏิบัติ/ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และรับรองเอกสารเท็จ (ในฐานะเจ้าพนักงานผู้กระทำเอง)2. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จำนวน 1 ราย 3 หมายจับ ในข้อหา สนับสนุน ปฏิบัติ/ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และรับรองเอกสารเท็จ (ในฐานะเจ้าพนักงานผู้กระทำเอง) 3.กลุ่มมารดาคนต่างด้าว จำนวน 16 ราย 16 หมายจับ 4. กลุ่มบิดาคนไทยทิพย์ จำนวน 20 ราย 12 หมายจับ 5. กลุ่มบิดาที่แท้จริงของเด็ก (ต่างด้าว) จำนวน 6 ราย 9 หมายจับ 6.กลุ่มกุมารทิพย์ จำนวน 24 ราย 3 หมายจับ ในกลุ่มที่ 3-6 ถูกดำเนินคดีในข้อหา ความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50 และ พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน มาตรา 14 (1) ปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 31 หมาย ผู้ต้องหา 24 คน แบ่งเป็น พ่อไทยทิพย์ จำนวน 10 คน 12 หมายจับ, พ่อชาวจีน จำนวน 2 คน 3 หมายจับ, แม่ชาวจีน จำนวน 7 คน, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน, เจ้าหน้าที่รัฐ 1คนและกุมารทิพย์ 3คน

