นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกันตัว ชัยรัตน์ แอดมินเพจ Godd Dam ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อความสงบสุขในสังคมวงกว้าง

แอดมินเพจ Godd Dam วืดประกัน นอนคุก ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรง กระทบสังคมวงกว้างปมโพสต์สลิปปลอมค่าน้ำชา 7ล้านให้ นายกฯหนู ชี้
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน บก.สอท. 4ได้นำตัวนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ อายุ26ปี แอดมินเพจ Godd Dam ผู้ต้องหาคดีโพสต์สลิปการโอนเงินปลอมจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งระบุชื่อผู้รับโอนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มาฝากขังต่อศาลอาญาครั้งแรกเป็นเวลา 12วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.-11 พ.ย.นี้
โดยเมื่อวันที่ 26ต.ค.2569 ว่าที่ พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 กับพวก ได้จับกุม นายชัยรัตน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6352/2569 ลงวันที่ 28 ต.ค.2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน "โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ทั้งนี้พฤติการณ์แห่งคดีสืบเนื่องจาก พ.ต.ท.นพดล แสงวรรณ สารวัตร กก.3 บก.สอท.4 ตรวจพบการใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อความผ่านทางบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ "Godd Dam" เพจสร้างเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2565 มีผู้ติดตาม 130,000 คน โดยมีพฤติการณ์เผยแพร่ข้อความสาธารณะในลักษณะพาดพิง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อวันที่ 26ต.ค.69 บัฐชีเฟซบุ๊ก"Godd Dam" โพสต์ข้อความโดยมีเนื้อหาพาดพิงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า "สวัสดีครับ ผมขอเปิดหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อว่าสามารถนำนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ด้วยความไม่สามารถเชื่อใจในการบริหารประเทศได้อีกแล้ว ด้วยธุรกรรมการรับสินบน มูลค่า 7 ล้านบาท พร้อมกับภาพสลิป และข้อความระบุว่าเป็น "ค่าน้ำชา”
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ทราบตัวบุคคล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้นำชื่อ"Godd Dam" ไปค้นหาในเฟซบุ๊ก พบว่ามีการเช่าพระเครื่องในกลุ่ม "ปาฏิหาริย์ EOD พระราชมงคลวัชราจารย์ โดยใช้ลายน้ำในชื่อ Jame's Chairat (เจมส์ ชัยรัตน์) ซึ่งเป็นชื่อเก่า ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Godd Dam ในปัจจุบัน
นอกจากนี้จากการตรวจสอบการโต้ตอบแสดงความคิดเห็นพบว่า เพจเฟซบุ๊ก "Godd Dam" เป็นที่รู้จัก โดยใช้ชื่อเล่นว่า "เจมส์" ตรงกับชื่อทับศัพท์ภาษาอังกฤษคือชื่อ Jame's Chairat (เจมส์ ชัยรัตน์) และพบว่ามีการนำชื่อ นายชัยรัตน์ เรขาวัฒนะ ไปใช้เป็นเพจเฟซบุ๊ก"Chairat Rekhawatthana" ซึ่งมีพฤติการณ์เช่าบูชาพระเครื่องและเป็น สมาชิกอยู่ในกลุ่ม "พระเครื่องบันเทิง" เหมือนกันกับบัญชี "Godd Dam"ซึ่งต่อมาได้นำภาพถ่ายสลิปการโอนเงินที่บัญชีผู้ใช้ใช้เฟซบุ๊ก "Godd Dam" โพสต์ในทำนองว่าบัญชีธนาคาร นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้รับโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของภาพถ่ายสลิปดังกล่าว ได้รับการยืนยันว่าเป็นภาพถ่ายสลิปที่ทำปลอมขึ้น เนื่องจากเป็นการโอนเงินเกินกว่าจำนวนที่ธนาคารกำหนดไว้ต่อวัน กล่าวคือธนาคารได้จำกัดการโอนสูงสุดไว้ที่ครั้งละ 5,000,000 บาท ต่อวัน อีกทั้งไม่พบเลขบัญชีที่ปรากฏในภาพซึ่งถูกระบุว่าเป็นบัญชีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่อย่างใด ไม่มีรายการธุรกรรมดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของธนาคารได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้ที่สนบางซื่อ และประกาศชี้แจงในเพจเฟซบุ๊กของธนาคารให้ประชาชนทราบว่าเป็นภาพถ่ายสลิปที่ถูกทำปลอมขึ้น
พฤติการม์ของบัญชีเพจเเพพบุ๊ก "Godd Dem" เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งข้อความและภาพถ่ายสลิปปลอมในโพสต์ดังกล่าวเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นการสร้างข่าวปลอม ยุยงปลุกปั่น มีผลทำให้ประชาชนที่พบเห็นโพสต์ดังกล่าวตื่นตระหมกเกี่ยวกับเรื่องการคอร์รับชัน เสื่อมศรัทธา หมดความเชื่อมันต่อระบบการบริหารราชการ สร้างความสับสนให้แก่สังคม กระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจทางการเมือง อันนำไปสู่การปะทะทางความคิด การโต้แย้งที่ไร้ข้อเท็จจริง ความชัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนทางการเมืองฝ่ายต่างๆ ในสังคมออนไลน์ ประกอบกับเป็นช่วงเวลาใกล้วันประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงทำให้ได้รับความเสียหายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง และถูกประณามว่ามีพฤติกรรมรับสินบน กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ อาคารศูนย์ราชการ บี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เหตุเกิดที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. และแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ต่อเนื่องกัน
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และหลบหนี
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังนายได้
ต่อมาญาติผู้ต้องหายื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน
ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยนำข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลหรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และประชาชน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวนี้นับว่าเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อความสงบสุขในสังคมวงกว้าง อีกทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหายกคำร้อง.
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชัยรัตน์ ผู้ต้องไปคุมขังทั่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

