ตม.4 สกัดรวบ! เสี่ยแขกพกบัตรเถื่อนสวมสิทธิ์คนไทยคารถหรู-เปิดบริษัทส่งออกน้ำมันปาล์มร้อยล้าน

สกัดรวบเสี่ยเบนซ์แขกสวมบัตรประชาชนไทย! ตม.4 ล้อมจับ ‘นายมูฮัมหมัด’ พกบัตรเถื่อนสวมสิทธิ์คนไทย ร่ำรวยผิดปกติ-เปิดบริษัทส่งออกน้ำมันปาล์มร้อยล้าน
พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.นครพนม, พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม, พ.ต.ท.จงชนะ ประสพสุข สว.ตม.จว.สกลนคร ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม นำโดย นายสมาน เกษี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนฯ และ นายบดินทร์ วาจนสุนทร ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว นายมูฮัมหมัด (นามสมมติ) บุคคลต่างด้าวหลบหนีสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนไทย หลังวางแผนสะแกมวางกำลังสกัดจับกุมตัวได้คารถยนต์หรูบริเวณปากทางเข้าบ้านดอนม่วง ตำบลบ้านผึ้ง อำเภอเมืองนครพนม บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นิตโย) ฝั่งขาเข้าเมืองนครพนม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก นายมูฮัมหมัด ผู้ต้องหา ได้ทำการลักลอบสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนไทยในชื่อ ‘นายบุญธรรม’ อายุ 64 ปี ชาวอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วโอนย้ายปลายทางไปยังเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินและนิติกรรมต่างๆมากมาย

โดยจากการสืบสวนเชิงลึกยังพบว่า ผู้ต้องหาได้นำชื่อสวมสิทธิ์ไปเปิดบริษัทส่งออก 2 แห่ง และห้างหุ้นส่วนจำกัดอีก 1 แห่ง ดำเนินธุรกิจขายส่งน้ำมันปาล์มไปยังหลายประเทศในแถบตะวันออกกลาง จนมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ และมีภรรยาหลายคนในหลายจังหวัด โดยล่าสุดสืบทราบว่าผู้ต้องหามีภรรยาอยู่ที่จังหวัดสกลนครและนครพนม และมักเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างสองจังหวัดนี้เป็นประจำ
กระทั่งก่อนเที่ยงวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายมูฮัมหมัดได้ขับรถยนต์หรูยี่ห้อ Mercedes-Benz สีดำ ออกจากบ้านภรรยาที่จังหวัดสกลนคร มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครพนม ชุดสืบสวน บก.ตม.4 จึงบูรณาการกำลังร่วมกับ ตม.สกลนคร, ตม.นครพนม, ตำรวจทางหลวง และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม สนธิกำลังตั้งจุดตรวจสกัดบริเวณปากทางเข้าบ้านดอนม่วง เมื่อรถเบนซ์คันดังกล่าวเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น
จากการตรวจสอบภายในรถ นายมูฮัมหมัด ได้ยื่นแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับขี่ในชื่อของ นายบุญธรรม ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบระบบทะเบียนราษฎร์มาก่อนหน้านี้แล้วว่า บัตรใบดังกล่าวถูกสวมสิทธิ์และสั่งเพิกถอนไปแล้ว จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ทันที ในข้อหา ‘ใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และใช้หรือแสดงบัตรประชาชนโดยมิได้รับอนุญาต’ ควบคุมตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาได้นำทนายความเข้าร่วมรับฟังและยังคงให้การภาคเสธ

พล.ต.ต.ไพรัช เปิดเผยว่า คดีนี้ทาง กองกำกับการ 3 กองปราบปราม ได้เกาะติดสืบสวนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2557 หลังพบความผิดปกติของบุคคลที่ใช้ชื่อนายบุญธรรม โดยผู้ต้องหาเคยไปขอทำบัตรที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อปี 2557 ต่อมาถูกจับกุมและยึดบัตรได้ที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม แต่ยังพยายามยื่นขอทำบัตรใหม่เรื่อยมา การติดตามตัวเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากผู้ต้องหามีบ้านพักหลายแห่งและภรรยาหลายคน ทำให้มีที่อยู่ไม่แน่นอน
นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องเคยสวมบัตรประชาชนคนไทยถึง 2 ราย มีประวัติคดีอาญาทั้งปลอมบัตรประชาชน, ออกเช็คชำระหนี้, แจ้งความเท็จ และฉ้อโกง อีกทั้งเคยทำพาสปอร์ตไทยในชื่อสวมสิทธิ์ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม พร้อมสั่งการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน แหล่งรายได้ และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ คาดว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับโยงเครือข่ายฟอกเงินมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

