ราชทัณฑ์คุมตัว 'บุ๋ม-ก๊อต'ส่งเข้าเรือนจำ แยกขังทัณฑสถานหญิง-เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

“ราชทัณฑ์” คุมตัว “บุ๋ม-ก๊อต” ฝากขังเรือนจำฯ ทัณฑสถานหญิงกลาง - เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังศาลไม่ให้ประกัน คอตกนอนคุก เบื้องต้นอยู่ห้องกักโรค 5 วัน “ทนายความ” เยี่ยมได้ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หลังจากนั้น “ญาติ”เยี่ยมตามระบุไว้ 10 รายชื่อ ก่อนจำแนกแยกแดน ยันชัดปฏิบัติเท่าเทียม แยกแดนเกณฑ์ไร้เสี่ยงเจอโจทก์เก่า คู่กรณีเก่า เพื่อความปลอดภัย
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.35 น. ที่บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานหญิงกลาง ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมหมายขังจากศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อนำตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เข้าสู่ทัณฑสถานหญิงกลาง หลังเจ้าตัวไม่ประสงค์ยื่นคำร้องขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นศาล ขณะที่นายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต เจ้าตัวได้ยื่นประกันชั่วคราวในชั้นศาลด้วยหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 ล้านบาท แต่ศาลยกคำร้อง
โดยพิเคราะห์จากพยานหลักฐานและความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว การกระทำของผู้ต้องหาส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมีผู้เสียหายที่บริจาคเงินจำนวนมากถึง 900,000 กว่าบัญชี อันเกิดจากความผิดมูลฐานฟอกเงินได้รับความเสียหาย ปรากฏมูลค่าความเสียหายประมาณ 900 กว่าล้านบาท มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจะไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคล รวมถึงพยานหลักฐานอื่น อันจะเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ประกอบกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายคัดค้านการปล่อยชั่วคราว

ทั้งนี้ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวขึ้นรถตู้ควบคุมตัวผู้ต้องหาของราช ทัณฑ์ก่อนเคลื่อนเข้าไปยังทัณฑ สถานหญิงกลาง ท่ามกลางบรรยากาศกลุ่มผู้สื่อ ข่าวพยายามตะโกนเรียก น.ส.ปนัดดา แต่ไม่ได้มีการตอบกลับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด หลังจากนั้นรถได้เคลื่อนตัวกลับออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อที่จะนำผู้ต้องหาชายไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวเห็นว่าเจ้าตัวนั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของตัวรถ ก็ได้พยายามตะโกนเรียกนายก๊อตแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ปรากฏตัวหรือสื่อสารอะไรกับผู้สื่อข่าว ก่อนที่รถตู้ของราชทัณฑ์จะเคลื่อนออกไปทันที
ด้าน แหล่งข่าวภายในกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ภายหลังจากที่ทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเข้าสู่การฝากขังภายในเรือนจำแล้ว จะมีกระบวนการแรกรับ โดยให้กักโรคเป็นระยะเวลา 5 วัน ซึ่งในระหว่างกักโรค บุคคลที่สามารถเยี่ยมได้คือทนายความที่ผู้ต้องขังได้มีการแต่งตั้งให้เป็นทนายความประจำตัว โดยทนายความสามารถเยี่ยมผู้ต้องขังผ่านวิดีโอ Conference และเมื่อพ้นการกักโรค 5 วันแล้ว จะเป็นการเยี่ยมญาติในส่วนของ 10 รายชื่อที่ผู้ต้องขังจะระบุไว้ให้กับเจ้าที่เรือนจำ โดยขั้นตอนเมื่อจะต้องมีการแยกแดนหลังจากกักโรคครบ 5 วันแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องไม่พิจารณาแยกแดนให้ผู้ต้องขังต้องไปอยู่ร่วมกับโจทก์หรือคู่กรณี เพื่อป้องกันเรื่องความปลอดภัย และเป็น การปฏิบัติตามหลักการดูแลผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

