ดีเอสไอ หอบสำนวน 12,000 หน้า ส่งอัยการ ฟ้อง ชนนพัฒฐ์ คดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน เจ้าตัวยื่นขอความเป็นธรรม

ดีเอสไอ ขนสำนวน12,000หน้าพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้อง ชนนพัฒน์ สส.สงขลา พรรคกธ.เอี่ยวเว็บพนัน ส่งให้อัยการ ขณะที่เจ้าตัวยื่นร้องขอความเป็นธรรม เปรียบเหมือนพายุที่โหมกระหน่ำ ยันไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองเหนือคนอื่น
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นำตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลาเขต4 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ผู้ต้องหา พร้อมสำนวนการสอบสวน และความเห็นสมควรสั่งฟ้อง คดีเว็บพนันออนไลน์ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันเป็นอั้งยี่"
โดยวันนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอนำสำนวนจำนวน 6 ลัง 30 แฟ้ม กว่า 12,000 หน้า มาส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาภายหลังจากที่อัยการสูงสุด(อสส.) ใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิด ได้แก่ ฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยวันนี้นายชนนพัฒฐ์ เดินทางเข้ามาพร้อมกับทนายความส่วนตัวและให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนเข้ามาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นได้เตรียมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้อสส.พิจารณาเพื่อให้ทางอัยการได้ตรวจสอบและรับทราบหลักฐานต่าง ๆ ซึ่ง ตนร้องขอความเป็นธรรมหลายประเด็นและหนึ่งในประเด็นที่ร้องขอความเป็นธรรมเป็นเรื่องของการขอให้หน่วยงานแจ้งพฤติกรรมของตนใหม่อีกครั้งด้วย ส่วนถ้าจะบอกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาคลุมเครือตนไม่อยากไปพาดพิงถึงหน่วยงานใด ได้แต่หวังว่าในส่วนที่ร้องขอความเป็นธรรมไปทางองค์กรที่ตนให้ความเชื่อมั่นจะให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย
ส่วนกรณีการใช้เอกสิทธิ์ คุ้มครอง สส. เนื่องจากในวันที่ 25 ส.ค. จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา นายชนนพัฒฐ์ บอกว่า การสั่งฟ้องไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. การคุ้มครองเป็นในชั้นสอบสวนและการออกหมายเรียกเท่านั้น ยืนยันตนไม่ได้มีอะไรเหนือกว่าคนอื่น
นายชนนพัฒฐ์ กล่าวอีกว่า ตนถูกดำเนินคดีในหลายท้องที่ทั้งที่อยู่ในชั้นอัยการและชั้นศาลในเวลาไล่เลี่ยกัน ตนไม่ได้มองว่าเป็นนัยทางการเมือง แต่เปรียบเสมือนพายุฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา แต่ด้วยความเป็นนักสู้ก็ต้องค่อยๆ แก้ปมปัญหาไปทีละเปาะ และถือเป็นข้อดีที่ตนจะได้พิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้หมดข้อครหาจากสังคมว่า ตนใช้เอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง ซึ่งจริงๆ แล้วตนไม่เคยใช้เลย ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน


