โจรใต้เย้ยครม.สัญจร บุกบึ้มห้างดัง สนั่น3ลูกป่วนปัตตานี อนุทินชี้เหตุใช้ก.ม.เข้ม

รัฐบาลอุ่นเครื่องก่อนประชุมครม.สัญจร นำสื่อมวลชนทำเนียบลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมยันเสน่ห์เมืองท่องเที่ยว ด้านนายกฯอนุทิน ชี้ชนวนป่วนชายแดนใต้ไม่หยุด เหตุรัฐเข้มบังคับใช้กฎหมาย อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังคนร้ายอาวุธปืนสงคราม บุกห้างสรรพสินค้าดังกลางเมืองปัตตานี ก่อความวุ่นวาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุพบกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน พกพาอาวุธปืนยาว บุกเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ในที่เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่และไล่พนักงาน รวมถึงลูกค้าให้ออกจากห้าง ทำให้ประชาชนต่างพากันวิ่งหนีออกจากพื้นที่ด้วยความตกใจ จากนั้นภายในห้างเกิดเหตุระเบิดขึ้นจำนวน 3 จุดเจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เนื่องจากเกรงว่าอาจมีวัตถุระเบิดหลงเหลืออยู่
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายจำนวน 5 คน ปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืนสงคราม ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถพ่วงข้าง 1 คัน บุกเข้าไปภายในห้าง โดยคนร้าย 2 คนเข้าควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ รปภ. บริเวณประตูทางเข้า ส่วนอีก 2 คนเข้าไปภายในห้าง พร้อมไล่พนักงานและลูกค้าออกจากพื้นที่ ก่อนนำวัตถุระเบิดไปวางไว้ภายในห้างจำนวน 3 จุด นอกจากนี้คนร้ายอีกคนได้นำรถพ่วงข้างที่บรรจุระเบิดขับไปจอดบริเวณจุดรับส่งสินค้ากลางห้าง และหลบหนีไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา บรรจุถังแก๊สหน้ำหนัก 15 กก. ได้จำนวน 1 ลูก ซึ่งหากระเบิดทำงานจะมีผลทำลายล้างอย่างรุนแรง ด้านหน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
ระเบิดตูมสนั่น3ครั้ง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 19.00 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนเดินทางโดยใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พร้อมบรรทุกสิ่งของต่างๆ เต็มคันรถ เข้ามาจอดซ่อนภายในบริเวณคลังสินค้า โกลบอลเฮ้าส์ ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ก่อนใช้อาวุธปืนยาวข่มขู่และไล่พนักงานที่อยู่ภายในพื้นที่ให้ออกจากบริเวณดังกล่าว ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่
ต่อมา เกิดระเบิดขึ้นจำนวน 3 ลูก ภายในบริเวณโกลบอลเฮ้าส์ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จอดทิ้งไว้ในคลังสินค้า มีลักษณะคล้ายวงจรประกอบระเบิด ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมรถคันดังกล่าว และดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน และประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยหากมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้บริเวณโกลบอลเฮ้าส์ แยกบานา และพื้นที่โดยรอบ หากไม่มีความจำเป็น พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากอาจมีอันตรายจากวัตถุหรือระเบิดที่ยังไม่ถูกตรวจสอบ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
นายกฯย้ำใช้กม.เข้มเข้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ล่าสุดมีการลอบวางระเบิดห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ปัตตานีว่า ได้กำชับตำรวจและทหารให้บูรณาการทำงานตามแผนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีมติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายยังสามารถก่อเหตุได้อย่างต่อเนื่อง นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนผ่าน จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเข้มข้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็รับทราบ และตนได้กำชับในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า เราจะเป็นฝ่ายรองรับสถานการณ์อย่างเดียวไม่ได้ ขณะที่ในพื้นที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้การสั่งการของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐตามหลังผู้ก่อเหตุตลอด นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีกฎหมายที่จะต้องทำตาม พอเราใช้ความรุนแรงมากก็หาว่าเราไม่เคารพกฎหมาย จึงต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นที่สุด และที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าเราใช้กฎหมายอย่างเต็มที่
พร้อมประชุมครม.สัญจร
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา จะใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปกำชับมาตรการต่างๆ ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การไป ครม.สัญจร จะไปดูในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนคนที่เกี่ยวข้องก็อาจจะลงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง แต่ต้องดูสถานการณ์ว่า ถ้าลงไปแล้วเจ้าหน้าที่ต้องมาดูแล แทนที่จะไปดูแลประชาชนแต่ต้องมาดูแลความปลอดภัยของผู้ใหญ่ ก็คงไม่ให้ไป ให้ดูแลประชาชนก่อน
เมื่อถามถึงกรณีนิด้าโพลตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องมาจากเรื่องของงบประมาณด้วย นายกฯ กล่าวว่า เอาของจริงดีกว่า อย่าเอาโพลมาถาม
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการประสานตั้งจุดตรวจและทำการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลอด โดยประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
สื่อมวลชนสัญจรเกาะยอ
ที่วัดพระนอน วัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร 2รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ภายใต้กิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร” เป็นการอุ่นเครื่องก่อนประชุมครม.สัญจรที่สงขลา โดยเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด พร้อมนำเสนอเรื่องราวด้านศาสนา วัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สาธารณชน โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ คณะได้กราบไหว้พระนอนปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระนอนวัดแหลมพ้อ โดยวัดพระนอนวัดแหลมพ้อถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเกาะยอและจังหวัดสงขลา มีความโดดเด่นทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางมายังจังหวัดสงขลา สะท้อนศักยภาพของเกาะยอและจังหวัดสงขลาในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมให้เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เรียนรู้ผ้าทอเกาะยอ
จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้ผ้าทอเกาะยอ วัดโคกเปี้ยว เพื่อเยี่ยมชมและเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าด้วย “กี่กระตุก” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์สำคัญของชุมชน และได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยคณะได้สัมผัสกระบวนการทอผ้า พร้อมรับฟังแนวทางการอนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังคงอยู่ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
ทั้งนี้ การพัฒนาผ้าทอเกาะยอยังสอดคล้องกับแนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรม และส่งเสริมให้ภูมิปัญญาการทอผ้าเกาะยอได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างยั่งยืน
ยกระดับการท่องเที่ยวใต้
จากนั้น ในช่วงบ่าย คณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานด้านการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ณ สถาบันทักษิณคดีศึกษา พร้อมเยี่ยมชมห้องจัดแสดงเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนลงพื้นที่แหลมสนอ่อนและหาดสมิหลา ศึกษาการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ จุดชมวิวทะเลสาบสงขลา และนางเงือกทองสัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา
สงขลาเมืองท่องเที่ยวทุกมิติ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ต้องขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่พาลงพื้นที่เปิดประสบการณ์จริงสถานที่จริง ซึ่งมีชาวไทย และต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาจำนวนมาก โดยที่ในสงขลามีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ ไม่ได้มีแค่อาหารหรือทะเล แต่ยังมีการท่องเที่ยวสมัยใหม่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ธรรมชาติ วิถีชุมชนที่น่าเรียนรู้ และการท่องเที่ยวแบบ “มูเตลู” ซึ่งสงขลาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในประเทศไทยที่มีวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงอยากให้ทุกคนมาเที่ยวสงขลากันมากขึ้น ซึ่งในส่วนของรัฐบาลมีการทำโรดโชว์ และการโฆษณาเพื่อทำให้ต่างชาติเห็นเรื่องการท่องเที่ยว
ด้าน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า สงขลาเป็นเมืองท่องเที่ยวได้หลายมิติ ทั้งความสวยงามทางธรรมชาติ วิถีชุมชนวัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ เป็นการส่งเสริมประสบการณ์ได้เรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชุมชน ที่อยากให้ทุกคนได้หันมาสนใจ เพราะถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้
ปชป.เสนอครม.สัญจร
ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า(ปชป.) ดูแลภาคใต้ และพวกกันแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาล ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.2569 โดยนายชัยชนะ นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตั้งแต่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมังคุดที่ราคาเหลือกิโลกรัมละไม่เกิน 15บาท 2.เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะไม่ทำโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว แต่งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไว้ ก็ควรถูกนำมาพิจารณาลงทุนในโครงการ “เซาเทิร์น คอนเนกต์” (Southern Connect) เพื่อพัฒนาระบบรางเชื่อมโยงท่าเรือสงขลา ท่าเรือระนอง และท่าเรือตรัง ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมยกระดับศูนย์กระจายสินค้า อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นศูนย์ ICD เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร
ดูแลชาวประมงพื้นบ้าน
3.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดเจนถึงนโยบายการก่อสร้างรถไฟทางคู่เชื่อมต่อมาเลเซีย (เพชรบุรี–สุไหงโก-ลก) พร้อมกับให้จัดทำแผนงานแจกแจงรายละเอียดการใช้งบประมาณว่าอยู่ในปีงบประมาณ พ.ศ.2570 หรือ 2571 และต้องใช้งบประมาณเท่าใด โดยจะต้องมีกำหนดการแล้วเสร็จให้ชัดเจนด้วย 4.ต้องเร่งแก้ไขความไม่สงบในภาใต้โดยเร็ว
ด้าน นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา เสนอให้เตรียมการรับมือน้ำท่วมด้วยการขุดลอกคูคลองต่างๆ ไว้ล่วงหน้า และดูแลกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพทะเลสาบตื้นเขินจากตะกอนดินทรายหลังน้ำท่วม ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

